ฎีกาที่ 670/2514
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยนี้ซึ่งให้การปฏิเสธโดยให้โจทก์แยกฟ้องเป็นคดีใหม่ เช่นนี้ ถือไม่ได้ว่าคดีของจำเลยยังค้างพิจารณาอยู่ต่อมาเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่ ปรากฏว่าศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา เพราะจำเลยอยู่ในอำนาจศาลคดีเด็กและเยาวชนซึ่งเปิดดำเนินการในจังหวัดนั้นแล้ว ศาลชั้นต้นจึงสั่งจำหน่ายคดีให้โจทก์ไปฟ้องจำเลยต่อศาลที่มีอำนาจ คำสั่งเช่นนี้ หาเป็นการแก้ไขคำสั่งเดิมซึ่งอ่านแล้วไม่
ย่อยาว
เดิม โจทก์ฟ้องจำเลยนี้ร่วมกับนายชัยในข้อหาฐานลักทรัพย์หรือ รับของโจร นายชัยให้การรับสารภาพ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลจังหวัดเชียงใหม่สั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยนี้ ให้โจทก์แยกฟ้องมาใหม่ภายใน 7 วัน โจทก์จึงฟ้องจำเลยนี้เป็นคดีใหม่ภายในเวลาที่ศาลกำหนด ศาลจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งว่า เนื่องจากศาลคดีเด็กฯ ได้เปิดดำเนินการแล้วจึงเห็นสมควรและมีคำสั่งให้โจทก์ไปดำเนินการฟ้องจำเลยต่อศาลที่มีอำนาจภายในกำหนด 30 วัน จำหน่ายคดี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์แยกฟ้องก็โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 จึงเป็นคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลที่พิจารณาคดีธรรมดาในขณะที่เปิดดำเนินการศาลคดีเด็กและเยาวชน จึงชอบที่ศาลที่พิจารณาคดีธรรมดานั้นพิจารณาพิพากษาต่อไปจนเสร็จ หรือโอนคดีไปให้ศาลที่มีอำนาจพิจารณาตามความในมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชนพ.ศ. 2494 ทั้งการที่ศาลได้อ่านคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องแล้ว ต่อมาโจทก์ได้ยื่นฟ้องตามคำสั่ง การที่ศาลสั่งให้โจทก์ไปฟ้องยังศาลคดีเด็กและเยาวชนจึงเป็นการแก้ไขคำสั่งซึ่งอ่านแล้ว ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีที่อยู่ในอำนาจศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเด็กและเยาวชนซึ่งศาลที่พิจารณาคดีธรรมดาจะพิจารณาพิพากษาต่อไปได้หรือเห็นสมควรโอนคดีนั้นไปให้ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเด็กและเยาวชนพิจารณาพิพากษา ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน คดีนี้ แม้โจทก์จะได้เคยฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ แต่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ก็ได้สั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยซึ่งให้การปฏิเสธเพื่อให้ไปฟ้องเป็นคดีใหม่แล้ว จึงถือไม่ได้ว่าคดีของจำเลยยังค้างพิจารณาอยู่ เมื่อปรากฏว่าวันที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่นี้ ศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่เปิดดำเนินการแล้วตามมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเปิดดำเนินการศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2513 ศาลจังหวัดเชียงใหม่จึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 มาตรา 10 การที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ สั่งให้โจทก์ไปฟ้องจำเลยยังศาลที่มีอำนาจไม่เรียกว่าเป็นการแก้ไขคำสั่งซึ่งอ่านแล้วดังโจทก์ฎีกา เพราะคำสั่งเดิมของศาลจังหวัดเชียงใหม่เพียงแต่สั่งให้โจทก์แยกฟ้องใหม่เท่านั้น ส่วนการที่โจทก์จะฟ้องยังศาลใด ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 670/2514 อัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นายประสิทธิ เขื่อนแก้ว จำเลย ป.วิ.อ. ม. 176 , ม. 190 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 ม. 10 , ม. 35 พ.ร.ฎ.กำหนดวันเปิดดำเนินการศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ.2513 ม. 3