ฎีกาที่ 34/2514
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันเป็นคนร้ายรับทรัพย์ของผู้เสียหายไว้โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ ดังนี้ เป็นการฟังข้อเท็จจริงว่าทรัพย์นั้นอยู่ในความครอบครองของผู้เสียหายในขณะลักแล้ว ต่อมาจำเลยบังอาจรับทรัพย์นั้นไว้ จึงมีความผิดฐาน รับของโจร จำเลยจะฎีกาขอให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นว่าทรัพย์ของผู้เสียหายอยู่ในความครอบครองของจำเลยโดยโจทก์มอบหมาย แล้ววินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานยักยอกหาได้ไม่ เพราะเป็นการฎีกาขอให้ฟังข้อเท็จจริงผิดจากที่ศาลล่างทั้งสองฟังมา ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาความ
ย่อยาว
คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 357 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐาน รับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ให้จำคุกจำเลยทั้งสองไว้มีกำหนดคนละ 1 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้ตามมาตรา 78 (ประมวลกฎหมายอาญา) ลง 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้มีกำหนด 8 เดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ในชั้นฎีกา ปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาวินิจฉัยไว้มีดังนี้ คดีนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันเป็นคนร้ายรับทรัพย์ของผู้เสียหายไว้โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ ดังนี้ เป็นการฟังข้อเท็จจริงว่า ทรัพย์นั้นอยู่ในความครอบครองของผู้เสียหายในขณะลักแล้ว ต่อมาจำเลยบังอาจรับทรัพย์นั้นไว้จึงมีความผิดฐาน รับของโจร จำเลยจะฎีกาขอให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นว่าทรัพย์ของผู้เสียหายอยู่ในความครอบครองของจำเลยโดยโจทก์มอบหมายแล้ววินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานยักยอกหาได้ไม่ เพราะเป็นการฎีกาขอให้ฟังข้อเท็จจริงผิดจากที่ศาลล่างทั้งสองฟังมาไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาความ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 34/2514 อัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายอภัย โอนสูงเนิน ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย ป.อ. ม. 335 , ม. 357 ป.วิ.อ. ม. 222