ฎีกาที่ 1610/2513
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์กับจำเลยถูก ต. ฟ้องขอแบ่ง มรดก แล้วโจทก์ทำหนังสือมอบให้จำเลยไว้ มีใจความว่า โจทก์ขอสละสิทธิรับ มรดก เพราะโจทก์ไม่ต้องการไปศาลเพราะสุขภาพไม่ดีและไม่มีจิตใจเงินทองในการสู้คดีให้จำเลยออกเงินและสู้คดีไปโดยลำพัง ดังนี้ ไม่มีผลเป็นการสละ มรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1612 เพราะโจทก์มิได้มอบหนังสือนั้นไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ และหนังสือนั้นเป็นหนังสือที่โจทก์แสดงเจตนาเพียงฝ่ายเดียว ไม่เข้าลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยและนางตอง เรือนคำ เป็นบุตรของนายตุ้ยนางมาซึ่งตายไปแล้ว นายตุ้ยนางมามีทรัพย์ มรดก คิดเป็นเงิน 43,000 บาท โจทก์และจำเลยเคยถูกนางตองฟ้องขอแบ่ง มรดก ตามสำนวนคดีดำที่ 355/2510 แล้วโจทก์จำเลยกับนางตองได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ยอมแบ่ง มรดก ให้นางตองไป 1 ใน 5 ทรัพย์ มรดก จึงเหลืออยู่คิดเป็นเงิน 34,450 บาท ซึ่งโจทก์จำเลยตกลงจะแบ่งกันคนละส่วนเท่า ๆ กัน ต่อมาจำเลยไม่ยอมแบ่งให้โจทก์ โจทก์จึงฟ้องขอแบ่ง จำเลยให้การว่า เมื่อนางตองฟ้องขอแบ่ง มรดก นั้น โจทก์ไม่ประสงค์จะต่อสู้คดี และไม่ประสงค์จะขอแบ่งทรัพย์ มรดก จึงทำหนังสือสัญญาสละ มรดก ให้จำเลยต่อสู้คดีไปโดยลำพัง ได้ทรัพย์เท่าใด โจทก์ไม่ขอเกี่ยวข้องด้วย ต่อมาโจทก์ยังยอมรับว่าหนังสือสัญญาสละ มรดก คือสัญญาประนีประนอมสละ มรดก ให้จำเลยจริง โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับ มรดก ในวันชี้สองสถาน คู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยประเด็นเดียวว่าเอกสารหมาย ล.1 ล.2 เป็นสัญญาประนีประนอมและสละ มรดก โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยแบ่งทรัพย์ มรดก ให้โจทก์ 1 ใน 4 ส่วน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เอกสาร ล.2 มีข้อความว่า "โดยหนังสือฉบับนี้ ข้าพเจ้านางจันแก้ว แสงจันทร์ จ.ล.1 ขอสละสิทธิการรับ มรดก บิดามารดาในคดีนี้ (แพ่งดำ 355/2510) และไม่ขอเกี่ยวข้อง มรดก ตามฟ้องนี้แต่ประการใด ทั้งนี้ เพราะข้าพเจ้านางจันแก้วไม่ต้องการไปศาลเพราะเป็นคนขี้วิงเวียน หัวใจไม่ดี และเป็นลมผิดเดือน และไม่มีจิตใจ เงินทองในการต่อสู้คดียอมให้จำเลยที่ 2, 4 ออกเงินและต่อสู้คดีไป ไม่ขอเรียกร้องทรัพย์กับจำเลยที่ 2, 4 อีกต่อไป" ต่อมาโจทก์ได้ทำคำรับรองตามเอกสาร ล.1 ต่อหน้าจำเลยกับบุคคลอื่นอีก 3 คน ว่าโจทก์ได้สมัครใจทำเอกสารหมาย ล.2 ไว้จริง เห็นว่า เอกสาร ล.1 เป็นเพียงคำรับรองของโจทก์ว่าโจทก์สมัครใจทำเอกสาร ล.2 ไว้จริง ส่วนเอกสาร ล.2 นั้นเป็นหนังสือแสดงเจตนาสละ มรดก ซึ่งโจทก์ทำขึ้นแล้วมอบให้จำเลยไว้ หาได้มอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่คือนายอำเภอ ดังระบุไว้ในกฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความในมาตรา 1672 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2481 ข้อ 14, 15 และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2495 มาตรา 40 ไม่ ทั้งเป็นหนังสือที่โจทก์แสดงเจตนาฝ่ายเดียว โดยฝ่ายจำเลยมิได้เข้าเป็นคู่สัญญาตกลงด้วยในอันที่จะระงับข้อพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันอย่างใดเลย ไม่เข้าลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 เอกสาร ล.1 ล.2 จึงไม่เป็นหนังสือสละ มรดก หรือสัญญาประนีประนอมยอมความสละ มรดก อันชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1612 การสละ มรดก ของโจทก์ไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1610/2513 นางจันทร์แก้ว แสนจันทร์ โจทก์ นางดี เมืองแก้ว ที่ 1 นางจันทร์ วรรณคำ ที่ 2 จำเลย นายแก้ว หรือดวงแก้ว เมืองแก้ว ที่ 3 จำเลย ป.พ.พ. ม. 850 , ม. 1612 , ม. 1672