ฎีกาที่ 1735/2513
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
สำเนาคำฟ้องฎีกา เมื่อเจ้าพนักงานศาลรายงานว่า สั่งให้จำเลยฎีกาไม่ได้เพราะตัวจำเลยตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ฎีกาแถลงมาภายใน 5 วัน โจทก์ทราบคำสั่งแล้วครบกำหนด 5 วันไม่แถลงให้ศาลทราบย่อมถือได้ว่าโจทก์ทิ้งฟ้องฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ได้ คู่ความตกลงท้ากันให้พนักงาน ที่ดิน อำเภอและปลัดอำเภอคนใดคนหนึ่งแล้วแต่นายอำเภอจะกำหนดตัวพากันไปดูที่พิพาทร่วมกับคู่ความ เพื่อต้องการทราบว่าที่พิพาทอยู่หมู่ที่ 2 หรือหมู่ที่ 3 ตำบลสำโรงชัย แล้วรายงานมายังศาล ถ้าที่พิพาทอยู่หมู่ที่ 3 ให้ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะถ้าที่พิพาทอยู่หมู่ที่ 2 ให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชนะ เมื่อปรากฏว่าเสมียนพนักงาน ที่ดิน กับปลัดอำเภอไปดูที่พิพาทแทนตัวพนักงาน ที่ดิน จึงไม่ตรงกับความประสงค์ของคู่ความที่ท้ากัน ถือได้ว่ายังไม่มีการปฏิบัติโดยถูกต้องตามคำท้า ศาลจะพิพากษาให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดชนะคดียังไม่ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจาก ที่ดิน นาของโจทก์ที่จำเลยทั้งสองบุกรุกเข้าไปทำนาและขับไล่ผู้เช่าของโจทก์และห้ามเกี่ยวข้อง จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยไม่เคยขับไล่ผู้เช่านาของโจทก์ไม่ได้ขัดขวางการครอบครอง ที่ดิน ของโจทก์ จำเลยเป็นเจ้าของ ที่ดิน ตามแบบแจ้งการครอบครอง ที่ดิน เลขที่ 9 หมู่ 2 ตำบลสำโรงชัย อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ เนื้อที่ 18 ไร่ มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ช่วยทำนา ในวันชี้สองสถาน คู่ความต่างแถลงไม่ติดใจสืบพยาน โดยตกลงท้ากันให้ ที่ดิน อำเภอไพศาลี และปลัดอำเภอไพศาลีคนใดคนหนึ่งแล้วแต่นายอำเภอไพศาลีจะกำหนดตัวพากันไปดูที่พิพาทร่วมกับคู่ความเพื่อต้องการทราบว่าที่พิพาทอยู่หมู่ที่ 2 หรือหมู่ที่ 3 ตำบลสำโรงชัย แล้วรายงานมายังศาล ถ้าที่พิพาทอยู่หมู่ที่ 3 ให้ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะ ถ้าที่พิพาทอยู่หมู่ที่ 2 ให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชนะ ต่อมานายอำเภอไพศาลีได้รายงานมายังศาลว่า ได้สั่งให้นายวชิระ เมรีกุล ซึ่งเป็นปลัดอำเภอและนายวิศิษย์ เหมพยัฆภูมิ เสมียนพนักงาน ที่ดิน อำเภอไพศาลี ไปดูที่พิพาทแทนนายรังษี สิทธิบุศย์ พนักงาน ที่ดิน อำเภอซึ่งไปราชการท้องที่ และเจ้าพนักงานทั้งสองได้ไปดูที่พิพาทตามที่คู่ความนำชี้แนวเขตแล้วลงความเห็นว่า พอจะพิจารณาได้ว่าที่พิพาทตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลสำโรงชัย อำเภอไพศาลี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า รายงานของเจ้าพนักงานที่คู่ความตกลงให้ไปดูที่พิพาทสมตามคำท้าของโจทก์พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่นายวิศิษย์ เหมพยัฆภูมิ เสมียนพนักงาน ที่ดิน อำเภอไพศาลีได้ไปดูที่พิพาทแทนพนักงาน ที่ดิน อำเภอไพศาลี ไม่ตรงตามคำท้าของคู่ความยังฟังเป็นยุติตามคำท้าไม่ได้ จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการให้ตรงตามคำท้าของคู่ความต่อไปแล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ปรากฏว่าส่งสำเนาฎีกาให้จำเลยที่ 1 ไม่ได้เจ้าพนักงานศาลรายงานว่าทราบจากคนใกล้เคียงกับบ้านจำเลยที่ 1 ว่าจำเลยที่ 1 ถูกยิงตายเสียแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แถลงมาภายใน 5 วัน โจทก์ทราบคำสั่งแล้วครั้นครบกำหนด 5 วัน โจทก์ไม่แถลงให้ศาลทราบ จึงถือได้ว่า โจทก์ทิ้งฟ้องฎีกาสำหรับจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1 เสียจากสารบบความของศาลฎีกา คงพิจารณาต่อไปเฉพาะจำเลยที่ 2 ศาลฎีกาเห็นว่า อุปนิสัย ความซื่อสัตย์สุจริต และคุณสมบัติอื่นของบุคคลที่คู่ความท้ากันให้กระทำการอย่างใด ๆ เพื่อถือเอาเป็นข้อแพ้ชนะของคดีนั้น ย่อมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดเพราะเกี่ยวแก่ความไว้วางใจในเกียรติและคุณสมบัติของบุคคลนั้นเป็นการเฉพาะตัว เมื่อคู่ความท้ากันให้ปลัดอำเภอร่วมกับพนักงาน ที่ดิน อำเภอไปดูที่พิพาท แต่เมื่อปรากฏว่าปลัดอำเภอร่วมกับเสมียนพนักงาน ที่ดิน ไปดูที่พิพาทแทนตัวพนักงาน ที่ดิน จึงไม่ตรงตามความประสงค์ของคู่ความที่ท้ากัน ถือได้ว่ายังไม่มีการปฏิบัติโดยถูกต้องสมบูรณ์ตามคำท้า ศาลจะพิพากษาให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดชนะคดียังไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1735/2513 นายเสนาะ จันทร์ดี โจทก์ นายทัน อ่อนละไม ที่ 1 นายหมาก อินทร์สุนทร ที่ 2 จำเลย ป.วิ.พ. ม. 84 , ม. 138 , ม. 174 (2) , ม. 235