ฎีกาที่ 1723/2513
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การโดยการยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่นั้นไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับคำให้การเดิมหรือไม่ ก็ไม่สำคัญ
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ที่ดิน โฉนดที่ 5162 จำเลยมี ที่ดิน โฉนดที่ 938 อยู่ติดกับ ที่ดิน ของโจทก์ทางตะวันออก จำเลยได้ยื่นคำร้องขอรังวัดสอบเขต ที่ดิน โฉนดที่ 938 โจทก์มอบให้ผู้แทนไประวังแนวเขตต่อมาโจทก์สงสัยแนวเขตที่ผู้แทนไปรับรองไว้ จึงได้ยื่นคำร้องขอถอนการรับรองแนวเขตนั้น แล้วโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอสอบเขต ที่ดิน ของโจทก์ ผู้แทนจำเลยกับคุณหญิงเนื่องบุรีนวราช ได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงาน ที่ดิน ว่าถ้าหากที่จำเลยนำชี้ให้ปักหลักรุกล้ำ ที่ดิน ของโจทก์แล้ว ยินดีจะแก้ไขแผนที่และจำนวนเนื้อที่ให้ถูกต้องครั้นเจ้าพนักงาน ที่ดิน ไปรังวัดผู้แทนจำเลยไม่เซ็นรับรองแนวเขต อ้างว่าแนวเขต ที่ดิน ของจำเลยอยู่ล้ำเข้าไปในแนวเขตที่ฝ่ายโจทก์นำชี้ แล้วต่อมาจำเลยได้ยื่นคำร้องคัดค้านการนำชี้ของฝ่ายโจทก์ การรังวัดจึงชงักลง ที่ฝ่ายจำเลยไม่รับรองแนวเขตที่โจทก์นำชี้ แต่กลับนำชี้ล้ำเข้าไปในเขตที่ของโจทก์นั้น ปรากฏว่าได้รุกล้ำเข้าไปในเขต ที่ดิน ของโจทก์เป็นเนื้อที่ประมาณ 102 ตารางวา ขอให้บังคับให้จำเลยยอมให้เจ้าพนักงาน ที่ดิน รังวัดสอบเขตต่อไป เมื่อรังวัดให้ปักหลักหรือชี้เขตอันถูกต้องให้โจทก์จำเลยรับรอง ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และห้ามจำเลยเกี่ยวข้องใน ที่ดิน ที่จำเลยรุกล้ำ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ และต่อมาโจทก์ถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ให้การว่า ที่ดิน ของโจทก์กับจำเลยมีลำรางคั่นอยู่เป็นแนวเขตแต่โจทก์ขุดดินถมลำรางฝั่งโจทก์รุกล้ำเรื่อยมา ที่โจทก์ว่าการรังวัดสอบเขตต้องชะงักลงเพราะจำเลยหรือผู้แทนได้ร้องคัดค้านนั้น ฟ้องโจทก์ไม่บรรยายให้ชัดว่าฝ่ายจำเลยคัดค้านว่าอย่างไรและการรังวัดชะงักเพราะเหตุใด จึงเป็นฟ้องที่เคลือบคลุม จำเลยหรือผู้แทนไม่เคยนำชี้เขตรุกล้ำเข้าไปในเขต ที่ดิน ของโจทก์ดังฟ้อง จำเลยนำชี้ตามความจริงทุกคราว แต่ฝ่ายโจทก์พยายามชี้เขตรุกล้ำเข้ามาใน ที่ดิน ของจำเลยโดยไม่คำนึงถึงแนวเขตที่แท้จริง และโจทก์พยายามรื้อฟื้นการรังวัดอีกโดยไม่มีเหตุผลเพราะต้องการจะได้ ที่ดิน ตรงบริเวณแนวเขต ก่อนชี้สองสถาน คู่ความตกลงกันให้เจ้าพนักงาน ที่ดิน ทำแผนที่พิพาทเมื่อทำมาแล้วคู่ความรับรองว่าถูกต้อง แต่ก่อนวันนัดดูแผนที่ จำเลยที่ 2 ขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ 2 แห่ง คือ (ก) ตอนที่ว่า ที่ดิน ของโจทก์จำเลยมีลำรางคั่นอยู่เป็นแนวเขตนั้น ขอแก้เป็นมีคันนาเป็นแนวยาวและบางตอนมีลำรางคั่นอยู่เป็นแนวเขต (ข) ต่อจากความที่ว่า จำเลยนำชี้ตามความจริงทุกคราวนั้นขอเพิ่มเติมว่า ส่วนมากจำเลยนำชี้ตามแนวคันนาอันเป็นแนวเขตซึ่งฝ่ายจำเลยได้ครอบครองมาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งรวมทั้งบริเวณ ที่ดิน ที่พิพาทที่โจทก์ฟ้อง ฝ่ายจำเลยก็ได้ครอบครองต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ครั้งเจ้าของเดิมด้วยความสงบ เปิดเผยและอย่างเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเกินกว่า 10 ปีแล้ว จำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ์โดยอายุความตามกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง โจทก์คัดค้านว่า เดิมจำเลยต่อสู้ว่า ที่ดิน อยู่ในโฉนดของจำเลย ครั้นรังวัดแล้วปรากฏว่า ที่ดิน ที่โจทก์ฟ้องอยู่ในเขตโฉนดของโจทก์ จำเลยกลับจะมาเปลี่ยนรูปว่าได้ครอบครองมา ซึ่งเป็นคนละเรื่องไม่เกี่ยวเนื่องกันจะขอแก้ไขเพิ่มเติมเช่นนี้ไม่ได้ วันชี้สองสถาน ศาลสอบจำเลย จำเลยแถลงจะขอสืบว่าได้ครอบครองปรปักษ์ตามที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ ศาลเห็นว่าจำเลยยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่ ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้ออ้างเดิม จึงไม่อนุญาตให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ แล้วพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยเพิ่มเติมคำให้การ แล้วให้สืบพยานโจทก์จำเลยไปตามประเด็นแห่งคดีแล้วพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ 2 ตอน การแก้ไขเพิ่มเติมตอนต้นเป็นการขยายความเดิมให้ชัดขึ้น ส่วนตอนหลังนั้นเป็นการยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับคำให้การเดิมหรือไม่นั้น ไม่สำคัญเพราะไม่เหมือนกับการขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ซึ่งจะต้องเกี่ยวข้องกันพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179 วรรคท้าย จำเลยจึงมีสิทธิขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การได้ ตามมาตรา 179(3) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1723/2513 นางศรี บุนนาค โจทก์ หม่อมราชวงศ์หญิงโสภา กาญจนวิชัย ที่ 1 หม่อมราชวงศ์โอภาส กาญจนวิชัย ที่ 2 จำเลย ป.วิ.พ. ม. 179 (3) ป.พ.พ. ม. 1382