ฎีกาที่ 820/2513
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีหน้าที่รับผิดชอบเก็บรักษาเงินที่ได้จากการขายของหน้าร้าน รักษาเงินที่ส่งเป็นรายได้ของร้านและเบิกจ่ายเงินแล้วเงินขาดหายไปจากบัญชีจำนวนหนึ่งโดยไม่ได้แสดงว่าเงินที่ขาดบัญชีเป็นเงินประเภทใด จำนวนเท่าใด ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม เพราะจำเลยย่อมจะเข้าใจและต่อสู้คดีได้ว่ามีเงินอยู่ถูกต้องตรงกับบัญชีหรือขาดจากบัญชีไปเท่าใด ส่วนรายการว่าเงินที่ขาดบัญชีเป็นเงินประเภทใดเป็นรายละเอียดที่ไม่จำต้องกล่าวในฟ้อง แม้ถ้อยคำในฟ้องบางตอนจะใช้คำว่าจำเลยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์เสียหาย แต่ก็ได้บรรยายรายละเอียดว่าจำเลยกระทำผิดหน้าที่อันเกิดขึ้นจากสัญญาจ้าง แรงงาน จึงเป็นฟ้องที่กล่าวหาว่าจำเลยทำผิดสัญญาจ้าง แรงงาน และจะนำอายุความในเรื่องละเมิดมาปรับแก่คดีไม่ได้(ข้อกฎหมายข้อหลังประชุมใหญ่ครั้งที่ 14/2513)
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองเป็นลูกจ้างและตัวแทนของโจทก์ได้รับมอบให้มีหน้าที่บริหารร้านไทยอุตสาหกรรมกลางโดยจำเลยที่ 1 เป็นหัวหน้าหมวดการเงินมีหน้าที่รับผิดชอบเก็บรักษาเงินอันได้จากการขายของหน้าร้าน รับผิดชอบรักษาเงินที่ส่งเป็นรายได้ของร้านทำการเบิกจ่ายเงินนำเงินและใบสำคัญคู่จ่ายส่ง ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการทั่วไปมีหน้าที่รับผิดชอบทั่วไป และบังคับบัญชาจำเลยที่ 1 วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2497 กรรมการตรวจเงินแผ่นดินตรวจพบว่าเงินของร้านในความดูแลรักษาของจำเลยทั้งสองขาดหายไประหว่างวันที่ 3 เมษายน 2493 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2495 เป็นเงิน 28,804.34 บาท วันที่ 10 กันยายน 2497 คณะกรรมการสอยสวนเสนอว่า จำเลยทั้งสองประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์จึงทราบว่า จำเลยทั้ง 2 ผิดสัญญาจ้างและสัญญาตัวแทนทั้งนี้จำเลยที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ผิดสัญญาจ้าง หรือสัญญาตัวแทนโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่อโดยผิดกฎหมายและระเบียบแบบแผน ส่วนจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดร่วมด้วยเพราะจงใจหรือประมาทเลินเล่อโดยผิดกฎหมายหรือระเบียบแบบแผนข้อบังคับของโจทก์ ไม่เอาใจใส่ควบคุมตรวจตราจำเลยที่ 1 รักษาเงิน ขอให้ร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้หลายประการ รวมทั้งสู้ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและคดีขาดอายุความ ศาลชั้นต้นเห็นว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและคดีโจทก์ขาดอายุความพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าตามฟ้องเข้าใจได้แล้วว่าเงินรายได้ของร้านมีบัญชีแสดงจำนวนเงินที่อยู่ในความรับผิดชอบดูแลรักษาของจำเลยที่ 1 แต่แล้วปรากฏว่าเงินขาดหายไปจากบัญชี จำเลยย่อมจะเข้าใจและต่อสู้คดีได้ว่ามีเงินอยู่ถูกต้องตรงกับบัญชีหรือขาดจากบัญชีไปจำนวนเท่าไร ส่วนรายการละเอียดว่าเงินที่ขาดจากบัญชีเป็นเงินได้มาจากการขายของอะไร ประเภทใดบ้าง เป็นรายละเอียดที่ไม่จำต้องกล่าวในฟ้อง ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม ส่วนในเรื่องอายุความนั้น แม้ถ้อยคำในฟ้องของโจทก์บางตอนใช้คำว่าจำเลยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์เสียหาย แต่ฟ้องก็ได้บรรยายรายละเอียดว่ากระทำผิดหน้าที่อันเกิดขึ้นจากสัญญาจ้าง แรงงาน เท่ากับกล่าวหาว่าจำเลยมีหน้าที่จะต้องกระทำอยู่ตามสัญญาจ้าง แรงงาน แล้วละเว้นไม่กระทำหรือกระทำโดยไม่ถูกต้องหรือบกพร่องต่อหน้าที่อันควรต้องกระทำตามสัญญา ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าเป็นฟ้องที่กล่าวหาว่าจำเลยทำผิดสัญญาจ้าง แรงงาน จะใช้อายุความ 1 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 ไม่ได้ คดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 820/2513 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยนายสอาด หงษ์ยนต์ อธิบดี โจทก์ นายสวัสดิ์ เศรษฐวณิชย์ ที่ 1 พันตรีหลวงอัครโยธิน ที่ 2 จำเลย ป.วิ.พ. ม. 172 ป.พ.พ. ม. 420 , ม. 448 , ม. 575 , ม. 797