ฎีกาที่ 1609/2513
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้ร้องทั้งสามและ ส. ได้ที่ดินตามส่วนของตนมาด้วยการยกให้จาก น. ซึ่งเป็นบิดาโดยทำหนังสือจดทะเบียนการให้ต่อเจ้าพนักงานที่ดินและได้ลงชื่อเป็นเจ้าของ กรรมสิทธิ์ ร่วมกับ ส. ในโฉนดเดียวกันมาตั้งแต่วันที่เปลี่ยนแก้ชื่อในโฉนดเป็นของผู้ร้องทั้งสามกับ ส. นั้นแล้ว ผู้ร้องได้ครอบครองที่ดินส่วนที่เป็น กรรมสิทธิ์ ของตนตลอดมา หาได้ครอบครองที่ดินดังกล่าวในลักษณะครอบครองปรปักษ์อย่างใดไม่ ระหว่างที่ที่ดินยังมิได้แบ่งแยกโฉนด ผู้มีชื่อในโฉนดร่วมกัน ย่อมเป็นเจ้าของ กรรมสิทธิ์ ในที่ดินทั้งหมดด้วยกัน การที่ผู้ร้องขอให้ศาลสั่งแสดง กรรมสิทธิ์ เฉพาะส่วนที่ดินที่ผู้ร้องได้แยกกันครอบครองเป็นส่วนสัด ก็เป็นที่ดินส่วนของผู้ร้องที่ได้รับมาจากการยกให้และครอบครองมาตาม กรรมสิทธิ์ อยู่แล้วนั้นเองเพราะไม่ได้ความว่ารุกล้ำเข้าไปในที่ของผู้อื่นซึ่งพอจะอ้างสิทธิครอบครองปรปักษ์ได้ ในกรณีเช่นนี้ไม่มีบทกฎหมายใดให้สิทธิผู้ร้องขอให้ศาลสั่งแสดงการได้มาซึ่งการครอบครองปรปักษ์ในที่ดินอันเป็น กรรมสิทธิ์ ของตนเองได้ แต่ผู้ร้องและผู้มีชื่อในโฉนดย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้แบ่งที่ดินตามส่วนของตนที่ได้รับการยกให้และต่างครอบครองมาได้ในระหว่างกันเองอยู่แล้ว หากเกิดพิพาทไม่ตกลงกันในการแบ่งต่างก็มีสิทธิที่จะดำเนินคดีอย่างมีข้อพิพาทกับเจ้าของรวมนั้นโดยตรง
ย่อยาว
ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องว่า เมื่อประมาณ 15 ปีเศษมานี้ ก่อนที่พระครูใบฎีกาเรือโทนอม บุณยาคม บิดาจะได้อุปสมบท ได้แบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 991 ให้แก่นายสนั่น ผู้ร้องที่ 1 ผู้ร้องที่ 2 ผู้ร้องที่ 3 ซึ่งเป็นบุตร เป็นส่วนสัดแน่นอน และมอบให้ครอบครองเป็น กรรมสิทธิ์ แต่ได้ใส่ชื่อบุตรดังกล่าวเป็นเจ้าของโฉนดร่วมกันในฉบับเดียว ผู้ร้องมีความประสงค์จะแบ่งแยกโฉนด แต่เจ้าพนักงานหอทะเบียนที่ดินสั่งให้มาร้องต่อศาลเสียก่อน ผู้ร้องจึงต้องมาร้องต่อศาลเพื่อไต่สวนสั่งให้ผู้ร้องเป็นเจ้าของ กรรมสิทธิ์ ที่ดินตามส่วน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ศาลชั้นต้นให้ยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ร้องทั้งสามและนายสนั่นได้ที่ดินตามส่วนของตนมาด้วยการยกให้จากเรือโทนอมซึ่งเป็นบิดา โดยทำหนังสือจดทะเบียนการให้ต่อเจ้าพนักงานที่ดิน และได้ลงชื่อเป็นเจ้าของ กรรมสิทธิ์ ร่วมกับนายสนั่นในโฉนดเดียวกันมาตั้งแต่วันที่เปลี่ยนแก้ชื่อในโฉนดเป็นของผู้ร้องทั้งสามร่วมกับนายสนั่นนั้นแล้ว ผู้ร้องได้ครอบครองที่ดินส่วนที่เป็น กรรมสิทธิ์ ของตนตลอดมา หาได้ครอบครองที่ดินดังกล่าวในลักษณะครอบครองปรปักษ์อย่างใดไม่ ระหว่างที่ที่ดินยังมิได้แย่งแยกโฉนด ผู้มีชื่อในโฉนดร่วมกันย่อมเป็นเจ้าของ กรรมสิทธิ์ ในที่ดินทั้งหมดด้วยกัน การที่ผู้ร้องขอให้ศาลสั่งแสดง กรรมสิทธิ์ เฉพาะส่วนที่ดินที่ผู้ร้องได้แยกกันครอบครองเป็นส่วนสัด ก็เป็นที่ดินส่วนของผู้ร้องที่ได้รับมาจากการยกให้และครอบครองมาตาม กรรมสิทธิ์ อยู่แล้วนั้นเอง เพราะไม่ได้ความว่ารุกล้ำเข้าไปในที่ของผู้อื่นซึ่งพอจะอ้างสิทธิครอบครองปรปักษ์ได้ ในกรณีเช่นนี้ไม่มีบทกฎหมายใดให้สิทธิผู้ร้องขอให้ศาลสั่งแสดงการได้มาซึ่งการครอบครองปรปักษ์ในที่ดินอันเป็น กรรมสิทธิ์ ของตนเองได้ แต่ผู้ร้องและผู้มีชื่อในโฉนดย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้แบ่งที่ดินตามส่วนของตนที่ได้รับการยกให้และต่างครอบครองมาได้ในระหว่างกันเองอยู่แล้ว หากเกิดพิพาทไม่ตกลงกันในการแบ่งต่างก็มีสิทธิที่จะดำเนินคดีอย่างมีข้อพิพาทกับเจ้าของรวมนั้นโดยตรง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1609/2513 นางสาวบุรี บุณยาคม ที่ 1 นางอนงค์ บุณยาคม ที่ 2 ผู้ร้อง เรืออากาศโทเสน่ห์ บุณยาคม ที่ 3 ผู้ร้อง ป.พ.พ. ม. 1356 , ม. 1367 , ม. 1382 , ม. 1364 ป.วิ.พ. ม. 55 , ม. 188