ฎีกาที่ 1683/2513
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยกับพวกอีก 3 คนร่วมกันลักโคของผู้เสียหายไป ผู้เสียหายกับชาวบ้านติดตามไปทันในระยะเวลากระชั้นชิดกันนั้นเอง พวกของจำเลยทั้ง 3 คนหลบหนีไปได้ก่อน คงเหลือแต่จำเลยผู้เดียวถูกผู้เสียหายกับชาวบ้านล้อมจับ จำเลยยิงปืนต่อสู้ขัดขวางการจับกุม และใช้ปืนตีทำร้ายผู้เสียหายจนถูกจับไว้ได้ ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเฉพาะตัว พวกของจำเลยมิได้ร่วมประทุษร้ายหรือขู่เข็ญผู้เสียหายกับพวกด้วย จำเลยจึงมีความผิดฐาน ชิงทรัพย์ แต่หามีความผิดฐานปล้นทรัพย์ไม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก 3 คน ร่วมกันปล้นเอาโคของผู้เสียหายไปโดยขู่เข็ญว่าทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายและได้ใช้ปืนยิง 1 นัดกับใช้ปืนตีทำร้ายผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 83 กับขอให้เพิ่มโทษและริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ให้จำคุก 12 ปี เพิ่มโทษตามมาตรา 92 อีก 1 ใน 3 เป็นจำคุก 16 ปี จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวนลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 10 ปี 8 เดือน ริบปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 4 จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ปืนและปลอกกระสุนไม่ริบ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยกับพวกอีก 3 คนร่วมกันลักโคของผู้เสียหายไป 2 ตัว โดยมีเจตนาร่วมกันลักโคมาตั้งแต่ต้น ผู้เสียหายเป็นคนร้ายพาโคหนีไป จึงออกติดตามคนร้ายไปทันที โดยชาวบ้านหลายคนร่วมติดตามไปด้วย เมื่อตามไปได้ไม่ไกล คนร้าย 3 คนซึ่งเป็นพวกของจำเลยหลบหนีไปได้ คงเหลือแต่จำเลย ผู้เสียหายและชาวบ้านจึงล้อมจับจำเลยจำเลยยิงปืน 1 นัดไม่ถูกผู้ใดและใช้ปืนตีถูกแก้มผู้เสียหายไม่ถึงกับได้รับอันตรายแก่กาย แต่ก็ถูกผู้เสียหายและชาวบ้านจับได้ในขณะนั้นจึงวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเฉพาะตัว จึงเป็นความผิดฐาน ชิงทรัพย์ หาใช้ปล้นทรัพย์ไม่ เพราะคนร้ายอื่นอีก 3 คน มิได้ร่วมประทุษร้ายหรือขู่เข็ญผู้เสียหายกับพวกแต่อย่างใด พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรค 2 แม้จำเลยจะมีอายุไม่เกิน20 ปีขณะกระทำผิด ก็ไม่สมควรลดมาตราส่วนโทษให้ จึงให้จำคุกไว้10 ปี จำเลยเคยต้องโทษจำคุกฐาน ชิงทรัพย์ มีกำหนด 4 เดือน 15 วันพ้นโทษไปภายในเวลา 5 ปี มากระทำผิดคดีนี้อีก เพิ่มโทษตามมาตรา 92 หนึ่งในสามแต่จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามมาตรา 78 เห็นสมควรไม่เพิ่มไม่ลด คงจำคุกไว้ 10 ปีริบปืนและปลอกกระสุนของกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1683/2513 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายบุญมี คงคาไหว จำเลย ป.อ. ม. 339 , ม. 340