ฎีกาที่ 1312/2513
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การลดมาตราส่วนโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 นั้นหมายความว่าลดมาตราส่วนโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดที่จำเลยกระทำ (ก่อนกำหนดโทษจำเลย) มิใช่กำหนดโทษจำเลยเสียก่อนแล้วจึงลดมาตราส่วนโทษลง ส่วนมาตรา 54 นั้น เป็นเรื่องการคำนวณการเพิ่มโทษหรือลดโทษ (จากโทษที่ได้กำหนดแล้ว)
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้อาวุธทำการ ชิงทรัพย์ จำเลยที่ 2 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้รอการกำหนดโทษไว้ 1 ปี ฐาน ชิงทรัพย์ มาแล้วมากระทำผิดในคดีนี้อีกภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 และขอให้ลงโทษจำเลย (ทั้งสอง)ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339, 83 กับคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 490 บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ต่อมาขอถอนคำให้การปฏิเสธ แล้วให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339(2), 83 จำคุกคนละ 5 ปี จำเลยทั้งสองอายุ 19 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้ 1 ใน 3 ตามมาตรา 76 คงจำคุกจำเลยคนละ 3 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 1 รับสารภาพมาแต่แรกลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 คงให้จำคุก 1 ปี 8 เดือน จำเลยที่ 2 รับสารภาพเมื่อสืบพยานโจทก์เหลือเพียงพนักงานสอบสวนผู้เดียวลดโทษให้ 1 ใน 3ตามมาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 2 เดือน 20 วัน ให้กำหนดโทษจำเลยที่ 2 ซึ่งศาลรอกำหนดโทษไว้ตามฟ้อง มีกำหนด 6 เดือนมาบวกเข้ากับโทษคดีนี้ รวมเป็นโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 8 เดือน20 วัน ให้จำเลยช่วยกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 490 บาท แก่เจ้าทรัพย์ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ขอให้ลงโทษเพียงสถานเบา ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นที่กำหนดโทษมานั้นเหมาะสมแล้ว แต่ที่ศาลชั้นต้นวางเกณฑ์กำหนดโทษจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ก่อนแล้วจึงลดมาตราส่วนโทษจากโทษที่วางนั้น ยังไม่ถูกต้อง เพราะการลดมาตราส่วนโทษต้องลดจากโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นไม่ใช่ลดจากโทษที่วางแก่จำเลย แม้จำเลยจะไม่ได้อุทธรณ์มา ศาลอุทธรณ์มีอำนาจแก้ไขในข้อนี้ได้ เพราะเป็นเหตุในลักษณะคดี จึงพิพากษาแก้ว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339(2), 83จำเลยทั้งสองอายุ 19 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยที่ 2 รับสารภาพเมื่อสืบพยานโจทก์เหลือเพียงพนักงานสอบสวน ถือเป็นเหตุบรรเทาโทษตามมาตรา 78 ลดโทษจำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่ง จำเลยที่ 2 หนึ่งในสาม จำคุกจำเลยที่ 1 หนึ่งปีแปดเดือน จำคุกจำเลยที่ 2 สองปีสองเดือนยี่สิบวัน และให้กำหนดโทษจำเลยที่ 2 ที่รอการกำหนดไว้มีกำหนด6 เดือน มาบวกกับคดีนี้รวมโทษจำคุกจำเลยที่ 2 สองปีแปดเดือนยี่สิบวันนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์ไม่กำหนดโทษจำเลยก่อนที่จะลดโทษนั้น ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 54 ศาลฎีกาว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 ให้ลดมาตราส่วนโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น หมายความว่าลดมาตราส่วนโทษจากกำหนดโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดที่จำเลยกระทำ ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย มิใช่กำหนดโทษเสียก่อนแล้วจึงลดมาตราส่วนโทษลงตามมาตรา 54 นั้น เป็นเรื่องการคำนวณการเพิ่มโทษหรือลดโทษหาใช่การลดมาตราส่วนโทษดังคดีนี้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1312/2513 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายจำลอง สัตย์ซื่อ ที่ 1 นายมนัส บุญรอด ที่ 2 จำเลย ป.อ. ม. 54 , ม. 76 , ม. 339