ฎีกาที่ 1896/2512
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การที่จำเลยยอมรับจะแบ่งทรัพย์ มรดก ของเจ้า มรดก ซึ่งตกอยู่กับจำเลยให้โจทก์ซึ่งเป็นทายาทและสืบสิทธิของทายาทของเจ้า มรดก . เป็นเวลาหลังจากเจ้า มรดก ถึงแก่ความตายไปกว่า20 ปีแล้วนั้น. ถือว่าจำเลยละประโยชน์แห่งอายุความในเมื่ออายุความครบบริบูรณ์แล้ว. จำเลยจะยกอายุความขึ้นสู้ไม่ได้.(อ้างฎีกาที่ 1607/2505). โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์พิพาทโดยอ้างว่าเจ้า มรดก ยกให้ก่อนตาย. ทางพิจารณาฟังได้ว่าทรัพย์พิพาทยังไม่ได้ยกให้แก่ใคร. เป็น มรดก ที่โจทก์จำเลยจะได้รับร่วมกับทายาทอื่น.ศาลย่อมพิพากษาให้แบ่งได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(2).
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นทายาทของนายกุมมารนางจันทร์คนทั้งสองตายไปแล้ว ก่อนตายนายกุมมารยกทรัพย์ตามบัญชีท้ายฟ้องให้โจทก์จำเลยคนละส่วนเท่า ๆ กัน แต่เมื่อไปแบ่งแยกจำเลยกลับไม่ยอมแบ่ง ขอให้พิพากษาแบ่งทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องให้โจทก์จำเลยคนละส่วนเท่ากัน ฯลฯ จำเลยให้การว่า ทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องเว้นโค 2 ตัว(ตามอันดับที่ 9) เป็นทรัพย์ของบิดามารดาจำเลย ตกได้แก่จำเลยจำเลยครอบครอง ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้แบ่งทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์อันดับ 1ถึง 8 ให้โจทก์ที่ 3 และจำเลยคนละส่วนเท่ากัน ฯลฯ โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โค 2 ตัวตามบัญชีทรัพย์อันดับ 9ไม่เป็น มรดก ของนายกุมมาร ส่วนตามบัญชีทรัพย์อันดับที่ 1 ถึง 8 เป็นทรัพย์ มรดก ของนายกุมมาร ในข้อที่ว่าโจทก์ทั้งสามหมดสิทธิรับ มรดก เพราะขาดอายุความรับ มรดก แล้วดังจำเลยต่อสู้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า รับฟังได้ว่าจำเลยได้รับต่อโจทก์ทั้งสามว่าทรัพย์พิพาทเป็น มรดก ของนายกุมมารและยอมเจรจาทำความตกลงกับโจทก์ทั้งสามแบ่งปันทรัพย์ดังกล่าวเป็นส่วน ๆระหว่างกัน การที่จำเลยยอมรับจะแบ่งทรัพย์ มรดก ของนายกุมมารที่ตกอยู่กับจำเลยให้โจทก์ทั้งสาม ซึ่งเป็นทายาทและสืบสิทธิของทายาทของนายกุมมารเจ้า มรดก เป็นเวลาหลังจากเจ้า มรดก ถึงแก่ความตายไปกว่า20 ปี ถือว่าจำเลยได้ละประโยชน์แห่งอายุความในเมื่ออายุความครบบริบูรณ์แล้ว จำเลยจะยกอายุความขึ้นต่อสู้ไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 192 และตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1607/2505 ข้อต่อสู้ของจำเลยที่ว่า โจทก์ทั้งสามหมดสิทธิรับ มรดก เพราะขาดอายุความจึงตกไปฟังว่าโจทก์ทั้งสามมีสิทธิรับ มรดก นายกุมมารตามบัญชีทรัพย์พิพาทอันดับ 1 ถึง 8 ร่วมกับจำเลย คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์พิพาทโดยอ้างว่านายกุมมารยกให้ก่อนตาย ทางพิจารณาฟังได้ว่า ทรัพย์พิพาทอันดับ 1 ถึง 8 ยังไม่ได้ยกให้แก่ใคร เป็น มรดก ที่โจทก์จำเลยจะได้รับร่วมกับทายาทอื่นศาลย่อมพิพากษาให้แบ่งได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142(2) ข้อเท็จจริงได้ความว่า นายกุมมารมีบุตร 9 คน ปรากฏว่าบุตรบางคนตายไปแล้วแต่ก็มีผู้สืบสายที่รับ มรดก แทนที่ได้ จึงต้องแบ่ง มรดก นายกุมมารออกเป็น 9 ส่วน ให้บุตรแต่ละคนคนละ 1 ใน 9 ส่วนโจทก์ที่ 3 รับแทนที่นางใสผู้เป็นยาย โจทก์ทั้งสามจึงมีสิทธิได้รับแบ่งทรัพย์ มรดก เท่ากันคนละ 1 ใน 9 ส่วน พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้แบ่งทรัพย์ตามบัญชีท้ายฟ้องอันดับ 1 ถึง 8 เป็น 9 ส่วน ให้โจทก์ทั้งสามได้รับคนละส่วนถ้าแบ่งไม่ได้ให้ประมูลกันระหว่างโจทก์ทั้งสามและจำเลย ถ้าประมูลไม่ได้ ก็ให้ขายทอดตลาดแบ่งเงินสุทธิให้โจทก์ทั้งสามตามส่วน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1896/2512 ์ นาย อ่อน สี จันทร์ แก้ว ที่ 1 นาย ไม จันทร์ แก้ว โจทก์ย นาย ฝั่น วงษ์ลคร จำเลย ป.พ.พ. ม. 192 , ม. 193 , ม. 1629 , ม. 1639 ป.วิ.พ. ม. 142