ฎีกาที่ 1806/2512
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ส่งหนังสือบอกกล่าวเลิกการ เช่า โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับถึงจำเลย 3 แห่ง. คือ ที่บ้านของจำเลย ที่บ้าน เช่า และที่โรงรับจำนำของจำเลย. แต่ถูกส่งกลับคืนมา โดยฉบับหนึ่งสลักหลังว่า'ผู้รับไม่อยู่ ไม่มีใครรับแทน ส่งไม่ได้คืน'. อีกฉบับหนึ่งสลักหลังว่า'ผู้รับไม่อยู่ คนในบ้านไม่รับแทน ส่งไม่ได้คืน'.และอีกฉบับหนึ่งสลักหลังว่า'ผู้รับไม่อยู่ ไม่มีใครรับแทน ส่ง 3 ครั้งแล้ว ส่งไม่ได้คืน'. ข้อความที่สลักหลังแสดงว่ามีผู้รับแต่ไม่ยอมรับแทน การส่งไม่ได้เป็นเพราะจำเลยหลีกเลี่ยงไม่ยอมรับ. จึงถือได้ว่าการบอกกล่าวเลิกสัญญา เช่า ของโจทก์ถึงจำเลยแล้ว. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 130 วรรคแรก. การแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญา เช่า ของโจทก์โดยทางจดหมายย่อมมีผลนับแต่เวลาที่ไปถึงจำเลยเป็นต้นไป. จำเลยจะได้ทราบข้อความในหนังสือนั้นหรือไม่. การบอกกล่าวก็มีผลเป็นการบอกเลิกสัญญา เช่า ตามมาตรา 566 แล้ว.
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลย เช่า บ้านจากโจทก์เพื่อประกอบการค้าโดยไม่มีกำหนดเวลา เช่า โจทก์บอกเลิกการ เช่า แล้ว ขอให้ขับไล่ และให้จำเลยใช้ค่า เช่า ที่ค้างกับค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่า เช่า อยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายโจทก์ไม่มีอำนาจบอกเลิกการ เช่า หรือขับไล่ โจทก์ยังมิได้บอกเลิกการ เช่า จำเลยไม่ได้รับหรือทราบการบอกเลิก เช่า จำเลยไม่ได้ค้างชำระค่า เช่า นางเพ็ญศรีไม่มีอำนาจฟ้องแทนโจทก์ และโจทก์ฟ้องซ้ำ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยยังไม่ได้รับหนังสือบอกเลิกการ เช่า สัญญา เช่า ยังไม่ระงับโจทก์ฟ้องขับไล่ไม่ได้ แต่จำเลยค้างชำระค่า เช่า ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2506 ถึงสิงหาคม 2507 พิพากษาให้จำเลยใช้ค่า เช่า ที่ค้างชำระ คำขอนอกจากนี้ให้ยก โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามพฤติการณ์ถือได้ว่าการแสดงเจตนาบอกเลิกการ เช่า ของโจทก์ได้ไปถึงจำเลยแล้ว และพ้นกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่ได้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้พิพากษาใหม่ แต่ประเด็นเรื่องบอกกล่าวเลิกสัญญา เช่า ให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ จำเลยฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ได้ส่งหนังสือบอกกล่าวเลิกการ เช่า โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับถึงจำเลย 3 แห่ง คือ ที่บ้านของจำเลยที่บ้าน เช่า และที่โรงรับจำนำของจำเลย แต่ถูกส่งกลับคืนมา โดยฉบับหนึ่งสลักหลังว่า "ผู้รับไม่อยู่ ไม่มีใครรับแทน ส่งไม่ได้คืน"อีกฉบับหนึ่งสลักหลังว่า "ผู้รับไม่อยู่ คนในบ้านไม่รับแทน ส่งไม่ได้คืน" และอีกฉบับหนึ่งสลักหลังว่า "ผู้รับไม่อยู่ไม่มีใครรับแทน ส่ง 3 ครั้งแล้ว ส่งไม่ได้คืน" ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อความที่สลักหลังทั้งสามฉบับแสดงว่ามีผู้รับแต่ไม่ยอมรับแทน ฉะนั้น การที่ส่งไม่ได้ จึงเป็นเพราะจำเลยหลีกเลี่ยงไม่ยอมรับเอง การบอกกล่าวเลิกสัญญา เช่า ของโจทก์จึงถือได้ว่าถึงจำเลยแล้ว ที่จำเลยฎีกาโต้แย้งว่า จำเลยยังไม่รู้เรื่องคำบอกกล่าวเลิกการ เช่า นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาของโจทก์โดยทางจดหมายนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 130 วรรคแรก ย่อมมีผลนับแต่เวลาที่ไปถึงจำเลยเป็นต้นไปจำเลยจะได้ทราบข้อความในหนังสือนั้นหรือไม่ การบอกกล่าวก็ย่อมมีผลเป็นการบอกเลิกตามมาตรา 566 แล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1806/2512 ์ นาย สงวน ควร แสง โดย นาง เพ็ญศรี ชัยพานิช โจทก์ย นาย ลิบปอ แซ่ ตั้ง จำเลย ป.พ.พ. ม. 130 , ม. 566