ฎีกาที่ 1804/2512
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยทำสัญญากับ ว.และท. ให้คนทั้งสองออกทุนทำการก่อสร้างตึกแถวลงบนที่ดินของจำเลย. จำเลยยอมให้ผู้ก่อสร้างนำอาคารออกเรียกเงินกินเปล่า. และจำเลยจะทำสัญญาให้ เช่า แก่บุคคลที่ผู้รับก่อสร้างนำมา. ต่อมาด้วยความยินยอมของ ว.และท.. จำเลยนำอาคารที่กำลังก่อสร้างมาให้โจทก์ เช่า เนื่องจาก ว.และท.ขาดเงินที่จะใช้ทำการก่อสร้างต่อไป. ว.และท.จึงกู้เงินโจทก์ 200,000บาท. โจทก์เกี่ยงจะได้หลักประกัน. ในที่สุดได้มีการโอนสิทธิการ เช่า ตึก 10 ห้องที่ยังสร้างไม่เสร็จให้โจทก์. โดยวิธีให้โจทก์ทำสัญญา เช่า กับจำเลยโดยตรง. การที่จำเลยยอมทำสัญญา เช่า กับโจทก์โดยสัญญาระบุไว้ว่า เช่า ตึกแถวที่กำลังก่อสร้าง. เป็นการยืนยันให้เห็นว่าจำเลยไม่รับรู้ในเรื่องที่ว่าจะได้มีการก่อสร้างตึกให้แล้วเสร็จหรือไม่. ทั้งในสัญญา เช่า ก็ไม่ได้ระบุว่าถ้าตึกสร้างไม่เสร็จจะมีผลประการใด. การที่ตึกแถวสร้างไม่แล้วเสร็จ. ไม่ใช่ความผิดของจำเลย. โจทก์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยไม่ได้.
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญากับนายวัลลภและนายเทียนช้วนให้คนทั้งสองออกทุนทำการก่อสร้างตึกแถวลงบนที่ดินของจำเลย จำเลยยอมให้ผู้ก่อสร้างนำอาคารออกเซ้งเรียกเงินกินเปล่า และจำเลยจะทำสัญญาให้บุคคลที่ผู้รับก่อสร้างนำมานั้น เช่า เป็นเวลา 12 ปี ต่อมาด้วยความยินยอมของนายวัลลภและนายเทียนช้วน จำเลยนำอาคารที่กำลังก่อสร้างมาให้โจทก์ เช่า 10 ห้อง จำเลยเรียกเงินกินเปล่าจากโจทก์200,000 บาท เพื่อมอบให้นายวัลลภและนายเทียนช้วน โจทก์จ่ายให้ไปต่อมาจำเลยผิดสัญญาไม่ทำการก่อสร้างให้เสร็จตามกำหนด เป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 300,000 บาท ฯลฯ จำเลยให้การว่า ไม่มีหน้าที่ก่อสร้างให้แล้วเสร็จ โจทก์ไม่เคยจ่ายเงินให้ผู้รับเหมาก่อสร้าง จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ฯลฯ ศาลแพ่งพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตึกแถวรายพิพาทนี้ตกเป็นหน้าที่ของนายวัลลภนายเทียนช้วนจะต้องทำการก่อสร้างให้แล้วเสร็จด้วยทุนทรัพย์ของนายวัลลภและนายเทียนช้วนเอง โจทก์ทราบความข้อนี้ก่อนที่จะเข้าทำสัญญา เช่า กับจำเลย มูลเหตุที่โจทก์จำเลยจะทำสัญญา เช่า กัน สืบเนื่องมาจากการที่นายวัลลภนายเทียนช้วนขาดเงินที่จะใช้ทำการก่อสร้างต่อไป นายวัลลภนายเทียนช้วนจึงไปขอกู้เงิน 200,000 บาทจากโจทก์โจทก์เกี่ยงที่จะได้หลักประกันสำหรับเงินจำนวนนี้ ในที่สุดได้มีการโอนสิทธิการ เช่า ตึก 10 ห้อง ที่ยังสร้างไม่เสร็จให้โจทก์ โดยวิธีให้โจทก์ทำสัญญา เช่า กับจำเลยโดยตรง รูปคดีฟังได้ว่าเงิน 200,000บาทนี้ เป็นเงินที่โจทก์ให้นายเทียนช้วนนายวัลลภไปเพื่อสร้างตึกให้เสร็จ ที่โจทก์ว่า ถ้านายเทียนช้วนนายวัลลภไม่สร้าง จำเลยจะสร้างให้เองนั้นปราศจากเหตุผลที่ควรรับฟัง การที่จำเลยยอมทำสัญญา เช่า กับโจทก์ สัญญาก็ระบุไว้ชัดเจนว่า เช่า ตึกแถวที่กำลังก่อสร้างเป็นการยืนยันให้เห็นว่าจำเลยไม่รับรู้ในเรื่องที่ว่าจะได้มีการก่อสร้างตึกให้แล้วเสร็จหรือไม่ ทั้งในสัญญา เช่า ก็ไม่ได้ระบุไว้ว่าถ้าตึกสร้างไม่เสร็จจะมีผลเป็นประการใด การที่ตึกแถวสร้างไม่แล้วเสร็จเพราะเกิดแตกกันขึ้นระหว่างนายเทียนช้วนและนายวัลลภไม่ใช่ความผิดของจำเลย โจทก์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยไม่ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1804/2512 ์ นาย เจริญ สถิต ย์พัฒน์พันธ์ โจทก์ย นาง ประยงค์ กฤษณะสมิต จำเลย ป.พ.พ. ม. 5 , ม. 215 , ม. 222 , ม. 537 ป.วิ.พ. ม. 55