ฎีกาที่ 1041-1046/2512
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยทำผิดเป็นกรรมเดียว. แต่โจทก์แต่ละคนแยกฟ้องจำเลยเป็น 5 สำนวน. จึงแยกสำนวนลงโทษจำเลยเรียงไปแต่ละสำนวนมิได้. มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นว่าจำเลยทำผิดเพียงครั้งเดียว. แต่ถูกลงโทษในความผิดอันเดียวกันนั้นซ้ำกันหลายๆครั้งได้. คดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษ 6 เดือน. และศาลอุทธรณ์พิพากษาให้รอการลงโทษ. โจทก์ฎีกาขอมิให้รอการลงโทษจำเลย. เป็นฎีกาในเรื่องดุลพินิจของศาล. เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง. จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220.
ย่อยาว
คดีทั้ง 6 สำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจแจ้งข้อความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาต่อพนักงานสอบสวนอำเภอเมืองสมุทรสาคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172, 173 และ 174 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า นายบุญล้อมและนายเลี่ยมจำเลยได้ทำผิดจริงตามฟ้องโจทก์ จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172, 173 และ 174 ให้ลงโทษในบทหนักตามมาตรา 174 วรรคท้าย สำหรับนายบุญล้อมจำเลยซึ่งเป็นต้นเรื่องผู้ไปแจ้งความเอง ให้จำคุกไว้ 6 เดือน ส่วนนายเลี่ยมจำเลยเพียงไปร่วมให้การเป็นพยานช่วยเหลือให้จำคุกไว้ 4 เดือน คำขอของโจทก์ที่ขอให้นับโทษนายบุญล้อมจำเลย แต่ละสำนวนติดต่อกันเห็นว่าโจทก์ทั้งห้าแยกฟ้องจำเลยมาเป็น 5 สำนวนในกรรมเดียวกันจึงไม่ควรแยกสำนวนเรียงลงโทษจำเลยและนับโทษต่อตามโจทก์ขอ โจทก์และจำเลยทั้ง 6 สำนวนอุทธรณ์ โดยโจทก์ 5 สำนวนแรกอุทธรณ์ขอให้ลงโทษนายบุญล้อมจำเลยให้หนักขึ้นและให้เรียงสำนวนลงโทษและนับโทษนายบุญล้อมจำเลยแต่ละสำนวนต่อกันด้วย ส่วนนายบุญล้อมและนายเลี่ยมจำเลยอุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่านายเลี่ยมจำเลยไม่ได้ทำผิดดังโจทก์ฟ้อง ให้ยกฟ้อง ส่วนโทษจำคุกนายบุญล้อมจำเลยให้รอการลงโทษไว้ใน 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 และให้ยกอุทธรณ์ในข้อที่ให้เรียงสำนวนลงโทษและนับโทษนายบุญล้อมจำเลยแต่ละสำนวนต่อกันนั้นเสีย ทั้งนี้ได้มีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งมีความเห็นแย้งว่า ควรยกฟ้องปล่อยตัวนายบุญล้อมไปเช่นเดียวกับนายเลี่ยมจำเลย และอนุญาตให้นายบุญล้อมจำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ โจทก์ทั้ง 6 สำนวนฎีกาขอให้รอการลงโทษแก่นายบุญล้อมจำเลยและให้เรียงสำนวนลงโทษจำเลยด้วย กับขอให้ลงโทษนายเลี่ยมจำเลยดุจคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนนายบุญล้อมจำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้องโจทก์ทั้ง 4 สำนวนที่ฟ้องจำเลยเสีย ศาลฎีกาเห็นว่าคดีเฉพาะนายบุญล้อมจำเลย ข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่าจำเลยทราบว่าจำเลยหมดสิทธิในที่เช่ารายนี้แล้ว การที่นายบุญล้อมจำเลยไปแจ้งความและให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าจำเลยได้เช่าที่ดินราชพัสดุและใบเช่านี้สัญญายังไม่หมดอายุ พร้อมทั้งแจ้งว่าพวกโจทก์ บุกรุก เข้าไปสั่งและควบคุมการก่อสร้างอาคารในที่ดินซึ่งอยู่ในความครอบครองของจำเลย เป็นการรบกวนการครอบครองโดยปกติสุขทำให้จำเลยเสียหาย จึงเป็นการแจ้งความเท็จในการไปแจ้งความกล่าวหาพวกโจทก์ในครั้งแรก จำเลยไม่ได้แจ้งว่าพวกโจทก์ บุกรุก เข้าไปควบคุมคนงานให้ถอนเสาตอหม้อกับไม้หลักเขตที่ดินที่จำเลยปักเอาไว้จำเลยพึ่งมาเติมข้อกล่าวหานี้ขึ้นมาใหม่ในภายหลังเพื่อให้มีเหตุที่จะกล่าวหาพวกโจทก์ให้แน่นแฟ้นขึ้นเท่านั้นจึงเป็นเหตุผลอีกประการหนึ่งที่สนับสนุนให้เห็นว่าจำเลยไม่มีความบริสุทธิ์ใจในการไปแจ้งความกล่าวหาพวกโจทก์เป็นคดีนี้ฎีกาของนายบุญล้อมจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนคดีนายเลี่ยมจำเลยศาลฎีกาเห็นว่าการที่นายเลี่ยมไปให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนว่าเห็นนายดินโจทก์และบุคคลอื่น ๆ เข้าไปวางผังและควบคุมคนงานในที่ดินรายนี้ตลอดจนถอนเสาตอหม้อ น่าเชื่อว่าเป็นความจริงและนายเลี่ยมจำเลยมิได้ให้ถ้อยคำที่เป็นการยืนยันในข้อเท็จจริงแต่ประการใด เพราะจำเลยว่าจำเลยเข้าใจเอาเองเท่านั้น นายเลี่ยมจำเลยจึงไม่มีความผิด ส่วนฎีกาของโจทก์ 5 สำนวนแรกที่ขอให้เรียงสำนวนลงโทษนายบุญล้อมจำเลยนั้น เห็นว่านายบุญล้อมจำเลยทำผิดเป็นกรรมเดียวแต่โจทก์แต่ละคนแยกฟ้องจำเลยเป็น 5 สำนวน จึงแยกสำนวนลงโทษจำเลยเรียงไปแต่ละสำนวนมิได้ มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นว่า จำเลยทำผิดเพียงครั้งเดียว แต่ถูกลงโทษในความผิดอันเดียวกันนั้นซ้ำกันหลาย ๆครั้งได้ ส่วนที่โจทก์ขอมิให้รอการลงโทษนายบุญล้อมจำเลยก็ปรากฏว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพราะเป็นฎีกาที่ฎีกาในเรื่องดุลพินิจของศาล ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์ทุกสำนวนและนายบุญล้อมจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1041 - 1046/2512 ์ นาย สุชาติ ใบสมุทร โจทก์ย นาย บุญ ล้อม ตู้ จินดา จำเลย์ หม่อมหลวง วิมล วัช รี วงศ์ โจทก์ย นาย บุญ ล้อม ตู้ จินดา จำเลย์ นาย สุธี หิรัญเกศ โจทก์ย นาย บุญ ล้อม ตู้ จินดา จำเลย์ นาย ดิน จอด เกาะ โจทก์ ป.วิ.อ. ม. 39 , ม. 220