ฎีกาที่ 901/2510
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เจ้าของจักรได้ให้ เช่าซื้อ จักรไปโดยมีข้อสัญญาว่าผู้ เช่าซื้อ จะไม่นำไปจำนำแก่บุคคลอื่น เมื่อผู้ เช่าซื้อ นำไปจำนำ โจทก์ผู้เป็นเจ้าของชอบที่จะกลับเข้าครอบครองจักรรายพิพาทได้ และใช้สิทธิติดตามฟ้องเรียกคืนจากผู้รับจำนำได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 เว้นแต่ผู้รับจำนำจะได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำแต่ปรากฏว่าเวลาที่รับจำนำจักรรายพิพาทยังอยู่ในระหว่างเวลาที่พระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.2480 และพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2484 ยังใช้บังคับ ซึ่งกำหนดให้โรงรับจำนำรับจำนำแต่ละรายไม่เกิน 400 บาท เมื่อผู้รับจำนำรับจำนำไว้แต่ละรายเกินกว่า 400บาท ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำดังกล่าว ส่วนพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ. 2505 ก็ไม่อาจนำมาใช้บังคับ เพราะผู้รับจำนำรับจำนำไว้ก่อน โจทก์ไม่จำต้องนำสืบว่าผู้ เช่าซื้อ มีเจตนาทุจริตหรือไม่และไม่จำต้องฟ้องเรียกร้องตามสัญญาจากผู้ค้ำประกันก่อน โจทก์มีสิทธิติดตามฟ้องเรียกจักรรายพิพาทคืนจากผู้รับจำนำได้โดยตรง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของจักร ได้ให้ผู้มีชื่อหลายคน เช่าซื้อ จักรไป 7 คัน ผู้มีชื่อเหล่านั้นได้นำเอาจักรดังกล่าวไปจำนำไว้แก่จำเลย จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ ขอให้บังคับให้จำเลยคืนจักรในสภาพเรียบร้อยหรือมิฉะนั้นก็ให้ใช้เงินคืนแก่โจทก์ จำเลยสู้ว่า จำเลยในฐานะหุ้นส่วนและในฐานะโรงรับจำนำย่งเส็งได้รับจำนำจักรไว้โดยสุจริต เปิดเผยและชอบด้วยกฎหมายได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ. 2505 หากผู้ซื้อและผู้ค้ำประกันผิดสัญญา โจทก์ชอบที่จะดำเนินคดีเป็นอีกส่วนต่างหากขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยได้รับจำนำจักรไว้ก่อนพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ. 2505 ใช้บังคับจึงไม่ได้รับความคุ้มครองและขณะจำเลยรับจำนำจักรรายพิพาทไว้ อยู่ในระหว่างพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ. 2480 และพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2484 ใช้บังคับอยู่ โดยให้สิทธิรับจำนำได้เพียงไม่เกินรายละ 400 บาท จำเลยรับจำนำจักรไว้เกินคันละ 400 บาท จึงไม่ได้รับความคุ้มครอง แม้จะรับไว้โดยสุจริตและเปิดเผยก็ตามกรรมสิทธิ์ในจักรพิพาทยังเป็นของโจทก์ โจทก์มีสิทธิติดตามเรียกจากจำเลยได้ และเป็นสิทธิของโจทก์ที่จะยังไม่ดำเนินคดีเอาแก่ผู้ซื้อและผู้ค้ำประกันก่อนได้ พิพากษาให้จำเลยร่วมรับผิดคืนจักรให้แก่โจทก์หรือใช้ราคา จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์เป็นเจ้าของจักรรายพิพาท โจทก์ได้ให้ เช่าซื้อ ไปโดยมีข้อสัญญาว่าผู้ เช่าซื้อ จะไม่นำไปจำนำแก่บุคคลอื่นเมื่อผู้ เช่าซื้อ นำไปจำนำจำเลย โจทก์ผู้เป็นเจ้าของชอบที่จะกลับเข้าครอบครองจักรรายพิพาทได้และใช้สิทธิติดตามฟ้องเรียกคืนจากจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 เว้นแต่จำเลยจะได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำแต่ปรากฏว่าเวลาที่จำเลยรับจำนำจักรรายพิพาทยังอยู่ในระหว่างเวลาที่พระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ. 2480 และพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2484 ยังใช้บังคับอยู่ ซึ่งกำหนดให้โรงรับจำนำรับแต่ละรายมีจำนวนเงินไม่เกิน 400 บาท แต่คดีนี้จำเลยรับจำนำไว้แต่ละคันเป็นเงินเกินกว่า 400 บาท ทั้งสิ้นจำเลยจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำดังกล่าวส่วนพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ. 2505 ก็ไม่อาจจะนำมาใช้บังคับในเรื่องนี้ได้เพราะจำเลยรับจำนำไว้ก่อน การที่โจทก์ให้ เช่าซื้อ จักร อาจเป็นการเสี่ยงภัยแก่ตนเองอยู่บ้าง แต่กฎหมายก็บัญญัติให้โจทก์ทำได้โจทก์ไม่จำต้องนำสืบว่าผู้ เช่าซื้อ มีเจตนาทุจริตหรือไม่ และโจทก์ไม่จำต้องฟ้องเรียกร้องตามสัญญาจากผู้ค้ำประกันก่อน โจทก์มีสิทธิตามฟ้องเรียกจักรรายพิพาทคืนจากจำเลยได้โดยตรง พิพากษายืนยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 901/2510 บริษัทซิงเกอร์โซอิงแมชีน จำกัด นายธัญญ์ วงศ์พัวพันธ์ ผู้รับมอบอำนาจจาก โจทก์ นายเฟรด เอฟ แฟร์แมน กรรมการผู้จัดการ โจทก์ นายชั้งย้ง แซ่เบ๊ กับพวกรวม 10 คน จำเลย ป.พ.พ. ม. 1336 พ.ร.บ.โรงรับจำนำ พ.ศ.2480 , ,