ฎีกาที่ 866/2510
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์เป็นผู้กล่าวอ้างว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไปใช้จ่ายใน ครอบครัว เป็นหนี้ร่วมระหว่างจำเลยกับผู้ร้องซึ่งเป็นสามีภริยากัน แม้จะเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นขณะที่จำเลยกับผู้ร้องเป็นสามีภริยากัน แต่หนี้ที่จะเกิดขึ้นแก่สามีหรือภริยาในระหว่างที่เป็นสามีภริยากันย่อมมีหลายชนิดด้วยกันและเฉพาะแต่หนี้บางชนิดตามที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1482 เท่านั้น จึงจะเป็นหนี้ร่วม ฉะนั้น เมื่อโจทก์กล่าวอ้างว่าหนี้รายนี้เป็นหนี้ร่วมเพื่อจะให้ผู้ร้องต้องรับผิดใช้หนี้จากสินสมรสและสินเดิม โจทก์ต้องมีหน้าที่นำสืบก่อน
ย่อยาว
คดีนี้ เดิมผู้ร้องร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึด คือนาโฉนดเลขที่ 6375 และ 6249 เฉพาะส่วนของผู้ร้องกึ่งหนึ่งและปล่อยนาโฉนดเลขที่ 5716 ทั้งแปลง คดีถึงที่สุดชั้นศาลอุทธรณ์ฟังว่านาทั้ง 3 โฉนดเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลยซึ่งเป็นสามีภริยากัน จะร้องขอให้ศาลกันส่วนของตนที่เป็นเจ้าของร่วมออกเสียก่อนโดยเจ้าหนี้มิได้ยินยอมไม่ได้ ต่อมาผู้ร้องดังกล่าวมาร้องเป็นคดีนี้ขอให้ศาลแบ่งแยกทรัพย์สินกันส่วนของผู้ร้องในที่ดินโฉนดดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องครึ่งหนึ่ง ฯลฯ โจทก์จำเลยต่างยื่นคำแถลงว่า ขณะจำเลยกู้เงินโจทก์ผู้ร้องและจำเลยเป็นสามีภริยากันจำเลยกู้เงินโจทก์มาใช้จ่ายใน ครอบครัว ทรัพย์สินระหว่างผู้ร้องกับจำเลยควรต้องรับผิดใช้หนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ในชั้นฎีกามีประเด็นในเรื่องหน้าที่นำสืบซึ่งศาลชั้นต้นให้ผู้ร้องเป็นฝ่ายสืบก่อนและผู้ร้องแถลงคัดค้าน และขอสืบพยานภายหลังโจทก์จำเลย ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์เป็นผู้กล่าวอ้างขึ้นว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไปใช้จ่ายใน ครอบครัว หนี้ของจำเลยรายนี้เป็นหนี้ร่วมระหว่างจำเลยกับผู้ร้องสามีภริยานั้นเอง ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าแม้หนี้รายนี้จะเกิดขึ้นขณะที่จำเลยกับผู้ร้องเป็นสามีภริยากัน แต่หนี้ที่จะเกิดขึ้นแก่สามีหรือภริยาในระหว่างที่เป็นสามีภริยากันอยู่นั้นย่อมมีมากมายหลายชนิดด้วยกันและเฉพาะแต่หนี้บางชนิดตามที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1482 เท่านั้น จึงจะเป็นหนี้ร่วมกัน ฉะนั้น เมื่อโจทก์กล่าวอ้างว่าหนี้รายนี้เป็นหนี้ร่วมเพื่อจะให้ผู้ร้องต้องรับผิดใช้หนี้นี้จากสินสมรสและสินเดิมโจทก์ต้องมีหน้าที่นำสืบก่อน พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์และกระบวนพิจารณาการสืบพยานเสีย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานใหม่โดยให้โจทก์เป็นฝ่ายนำสืบก่อน แล้วพิจารณาไปตามรูปความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 866/2510 นายสยาม คล้ายสิทธิ โจทก์ นายทองสุข ธาระ จำเลย นางสงัด ธาระ ผู้ร้อง ป.วิ.พ. ม. 183 ป.พ.พ. ม. 1482