ฎีกาที่ 970/2510
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
แม้สัญญาขายฝากที่ดินจะเป็นโมฆะเพราะไม่ได้จดทะเบียนแต่เมื่อข้อความในสัญญาขายฝากนั้นมีว่า ถ้าผู้ขายฝากไม่ไถ่คืนใน 6 เดือน ผู้ขายฝากสละสิทธิครอบครองให้เป็นสิทธิของผู้ซื้อฝาก เมื่อผู้ซื้อฝากครอบครองที่ดินต่อมาอาจได้สิทธิครอบครองโดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าได้รับซื้อฝากที่ดินมือเปล่าซึ่งมี ส.ค.1 จากจำเลยแล้วได้เข้าครอบครอง การ ซื้อขาย ฝากได้ทำสัญญาเป็นหนังสือซึ่งมีข้อตกลงข้อหนึ่งว่าถ้าจำเลยไม่ไถ่คืนภายใน 6 เดือน จำเลยยอมสละสิทธิครอบครองให้เป็นสิทธิแก่โจทก์ บัดนี้เป็นเวลา 4 ปีเศษแล้วขอให้ศาลสั่งว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองและให้จำเลยไปทำการโอนที่พิพาทให้โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ ๆ หลอกลวงให้จำเลยลงชื่อในสัญญาขายฝากแทนที่จะเป็นสัญญากู้ สัญญาขายฝากจึงเป็นโมฆะเพราะเหตุนี้ และยังเป็นโมฆะเพราะไม่ได้จดทะเบียนด้วย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานทั้งสองฝ่ายแล้วพิพากษาให้ยกฟ้องในวันที่มีคำสั่งงดสืบพยานนั้นเอง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาขอให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องแปลได้ด้วยว่าโจทก์ขอให้ศาลแสดงว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่พิพาท เพราะเหตุว่าจำเลยสละการครอบครองให้โจทก์เมื่อจำเลยไม่ไถ่ในหกเดือนตามที่สัญญา และโจทก์ได้ครอบครองมาอันเป็นการได้สิทธิครอบครองทางอื่นนอกจากนิติกรรมขายฝากอันเป็นโมฆะนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่าแม้นิติกรรมขายฝากจะเป็นโมฆะ ผู้ครอบครองก็อาจได้สิทธิครอบครองโดยการที่ผู้ครอบครองเดิมได้สละการครอบครองแล้วได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367, 1377 พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 970/2510 นางเพ็ญศรี ณ ระนอง โจทก์ นายวิวัฒน์ จิรายุส จำเลย ป.พ.พ. ม. 1367 , ม. 1377