ฎีกาที่ 1423/2510
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ภริยาอยู่ในห้องพิพาทกับสามีซึ่งเป็นผู้ทำสัญญา เช่า จากผู้ให้ เช่า ต่อมาได้หย่าขาดกัน สามีแยกไปอยู่ที่อื่น โดยยอมยกห้องพิพาทให้เป็นสิทธิแก่ภริยา แต่ผู้ให้ เช่า ไม่ได้รู้เห็นตกลงด้วย การที่ภริยาคงอยู่ในห้อง เช่า ต่อมาจนครบสัญญา เช่า ถือว่าเป็นการอยู่ในฐานะบริวารของผู้ เช่า อยู่ในห้อง เช่า ในฐานะเป็นบริวารของผู้ เช่า ไม่ใช่ในฐานะผู้ เช่า ผู้ให้ เช่า ไม่จำต้องบอกกล่าวเลิกการ เช่า ก่อน
ย่อยาว
เดิมโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาท ศาลพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวาร คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์ขอให้ศาลเรียกจำเลยและบริวารมาสอบถามผู้ร้องยื่นคำร้องว่ามิได้เป็นบริวารของจำเลย ผู้ร้องเป็นผู้ เช่า โดยตรงจากโจทก์ โจทก์เก็บค่า เช่า จากผู้ร้องตลอดมา ผู้ร้องไม่เคยผิดนัดผิดสัญญา และแถลงว่าเดิมผู้ร้องเป็นภริยาจำเลยแต่ได้หย่าขาดกันโดยคำพิพากษาของศาลประมาณ 2 ปีเศษแล้ว ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วฟังว่าผู้ร้องอยู่ในห้องพิพาทในฐานะบริวารของจำเลยให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ห้องพิพาทจำเลยเป็นผู้ทำสัญญา เช่า ต่อโจทก์และโจทก์ได้ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารให้ออกไปจากห้องพิพาท ซึ่งศาลได้พิพากษาให้ขับไล่จำเลยกับบริวารให้ออกไป และจำเลยก็ได้ออกไปแล้วการที่ผู้ร้องอ้างว่าได้ เช่า ห้องจากโจทก์นั้นหามีหลักฐานการ เช่า แต่อย่างใดไม่ แม้การชำระค่า เช่า ผู้ร้องก็ไม่มีหลักฐานอะไรมาแสดงที่ผู้ร้องว่าผู้ร้องกับจำเลยได้หย่าขาดจากกัน จำเลยแยกไปอยู่ที่อื่น ยอมยกห้องพิพาทเป็นสิทธิแก่ผู้ร้อง ก็เป็นการตกลงระหว่างผู้ร้องกับจำเลย โจทก์ไม่ได้รู้เห็นตกลงอะไรด้วย ผู้ร้องอ้างว่าได้ไปติดต่อกับโจทก์ โจทก์ตกลงยอมให้ผู้ร้องอยู่ต่อไปจนครบสัญญา เช่า และได้มีการพูดกันถึงจำนวนเงินในการต่อสัญญา เช่า นั้น ถ้าเป็นจริงดังผู้ร้องว่า ก็เป็นเรื่องที่โจทก์ยอมให้ผู้ร้องในฐานะที่เป็นภริยาของจำเลยได้อยู่ต่อไปจนครบสัญญา เช่า ที่จำเลยได้ทำไว้ต่อโจทก์ โดยอาศัยสิทธิของจำเลยที่ยังมีอยู่ตามสัญญา เช่า นั้นเอง ซึ่งถือว่าเป็นการอยู่ในฐานะเป็นบริวารของจำเลย เมื่อศาลพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาทแล้ว ผู้ร้องซึ่งเป็นบริวารก็ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับของศาล ผู้ร้องจะอ้างว่าผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกคำพิพากษาที่ให้ขับไล่จำเลยไม่ผูกพันผู้ร้องดังที่ฎีกามานั้นหาชอบไม่ และเรื่องการบอกกล่าวฟ้องร้องนั้น เมื่อผู้ร้องอยู่ในฐานะเป็นบริวารของจำเลย ไม่ใช่อยู่ในฐานะที่เป็นผู้ เช่า จากโจทก์ โจทก์ก็ไม่จำต้องบอกกล่าวแก่ผู้ร้องให้ทราบก่อนฟ้องดังที่ผู้ร้องฎีกา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1423/2510 นางทรัพย์ สะและวงศ์ โดยนายสว่าง อร่ามศรี ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายเตียนเม่ง แซ่ลู่ หรือลู่ตันเม่ง แซ่หลู จำเลย นางง้วยเอง แซ่ลิ้ม ผู้ร้อง ป.พ.พ. ม. 537 , ม. 544 , ม. 566 ป.วิ.พ. ม. 142 (1)