ฎีกาที่ 964/2510
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การขายที่ดินในกรณีใดจะถือว่าเป็นทางค้าหากำไร ต้องพิจารณาจากกิจการเป็นราย ๆ ไปว่ามีพฤติการณ์เช่นนั้นหรือไม่ พฤติการณ์ที่แสดงว่าได้ดำเนินกิจการในลักษณะเป็น "การค้า" ตามประมวลรัษฎากร บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการค้าที่มีสถานการค้า ฯลฯ มีหน้าที่เสีย ภาษี การค้านั้น ไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการค้าจะต้องเป็นเจ้าของสถานการค้าเอง เมื่อปรากฎว่าผู้ประกอบการค้าได้ใช้สถานการค้าใดดำเนินการค้าของ+ได้ ประมวลรัษฎากรก็ถือว่าผู้ประกอบการค้านั้นมีสถานการค้า และมีหน้าที่ต้องเสีย ภาษี การค้า
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับโอนที่ดินจากผู้มีชื่อมาเพื่อเป็นการชำระหนี้ ต่อมาโจทก์ต้องการขายแต่หาผู้ซื้อไม่ได้ เพราะเนื้อที่ดินมาก ต้องใช้เงินมาก โจทก์จึงแบ่งแยกดินขายเป็นแปลงย่อย ๆ เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยแจ้งให้โจทก์เสีย ภาษี การค้าโจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการฯ วินิจฉัยว่าการประเมินของเจ้าพนักงานถูกต้องแล้ว โจทก์เห็นว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ประกอบการค้าที่ดิน ไม่มีหน้าที่ต้องเสีย ภาษี การค้า ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมิน กับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นผู้มีอาชีพในทางการค้า โดยโจทก์ด้ซื้อที่ดินจากผู้มีชื่อ แล้วมาลงทุนแบ่งแยกโฉนดเป็นเแปลงเล็ก ตัดถนนในบริเวณและบอกขายได้กำไรมากมาย เข้าลักษณะเป็นการค้าจึงต้องเสีย ภาษี การค้า ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้ซื้อที่ดินจากผู้มีชื่อด้วยเงินสดตามที่ปรากฎในสัญญาซื้อขาย ไม่ใช่เรื่องผู้มีชื่อดีใช้หนี้เงินกู้ และเห็นว่าการขายที่ดินซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์จะเข้าลักษณะเป็นการค้าต่อเมื่อการขายนั้นเป็นทางค้าหากำไร อย่างไรจึงจะถือว่าการขายที่ดินเป็นทางค้าหากำไร ต้องพิจารณาจากกิจการเป็นราย ๆ ไป ว่ามีพฤติการณ์เป็นทางค้าหากำไรหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์ซื้อที่ดิน 4 แปลง เนื้อที่ 90 ไร่เศษ แล้วไดัจัดการให้ทำผังแบ่งที่ดินและทำการแบ่งแยกโฉนดเป็น 58 โฉนด แล้วลงทุนทำถนนลาดยางเข้าถึงที่ดินทุกแปลง และขายที่ดินเหล่านี้นไปได้เงินเกินกว่าที่ลงทุนหลายล้านบาท โจทก์ได้ขายที่ดินนี้ไปก่อนโดยมีข้อสัญญาจะปรับปรุงที่ดินตัดถนนผ่านที่ดินที่ขายทุกแปลง ซึ่งมีลักษณะเป็นการจัดสรรที่ดิน พฤติการณ์ที่โจทก์ดำเนินกิจการตั้งแต่ต้นจนได้รับเงินค่าขายที่ดินเป็นการซื้อที่ดินมาจัดสรรขายหากำไร เข้าลักษณะเป็นการค้าตามประมวลรัษฎากรแล้ว แม้โจทก์จะมีอาชีพอื่นอยู่แล้วหรือไม่ก็ตาม เมื่อมาประกอบการหรือดำเนินกิจการซึ่งเข้าลักษณะเป็นการค้าตามประมวลรัษฎากรแล้ว ก็ถือว่าเป็นผู้ประกอบการค้า และโจทก์รับว่าสัญญาจะซื้อขายที่ดินที่จัดสรรนี้ส่วนมากทำที่บริษัทเอเชียทรัสต์ซึงโจทก์ทำงานอยู่ในฐานะผู้จัดการ บริษัทเอเชียทรัสต์จดทะเบียนการค้า มีค่ารายปีเกินกว่า 120 บาท โจทก์ใช้สถานที่บริษัทเเอเชียทรัสต์ดำเนินการทั้งการทำสัญญาและรับเงินราคา ถือว่าโจทก์มีสถานการค้าในการดำเนินการค้าที่ดินรายนี้แล้ว แม้โจทก์จะอ้างว่าได้มีการทำสัญญาที่อื่นด้วย ก็เป็นเรื่องโจทก์ใช้สถานที่ดำเนินการค้าหลายแห่ง เมื่อบริษัทเอเชียทรัสต์แห่งหนึ่งในจำนวนสถานที่ที่โจทก์ใช้ดำเนินการค้ามีค่ารายปีเกิน 120 บาท ก็เข้าลักษณะที่ผู้ประกอบการค้าจะต้องเสีย ภาษี การค้าตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร (ตามที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้นได้บัญญัติให้เพิ่มไว้) โจทก์เป็นผู้จัดการบริษัทมีอำนาจปกครองดูแลสถานที่นั้นและโจทก์ใช้สถานที่นั้นดำเนินการค้าของโจทก์ได้ ประมวลรัษฎากรถือว่าโจทก์มีสถานการค้า มีหน้าที่ต้องเสีย ภาษี การค้า พิพากษากลับให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 964/2510 นายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ โจทก์ กรมสรรพากร โดยนายหิรัญ สูตะบุตร อธิบดี ที่ 1 กับพวกรวม 4 คนจำเลย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.รัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 ม. 40 , ม. 40