ฎีกาที่ 1172/2510
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนอาจใช้ยันจำเลยในชั้นพิจารณาของศาลได้ หากมีพยานหลักฐานประกอบฟังได้ว่าจำเลยให้การรับสารภาพโดยสมัครใจและตามความสัตย์จริง คดีอาญาเรื่อง ฆ่า ผู้อื่นโดยเจตนาจำเลยให้การปฏิเสธชั้นศาลโจทก์ไม่มีประจักษ์พยาน แต่มีคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนรับว่าจำเลยเป็นคนยิงผู้ตาย โดยกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมกระทำความผิด พฤติการณ์ในการกระทำความผิดตั้งแต่ต้นจนจบโดยละเอียดและมีผู้กำกับการตำรวจกับพนักงานสอบสวนมาเบิกความรับรองว่าจำเลยได้ให้การโดยสมัครใจ ได้พาไปชี้ที่เกิดเหตุและถ่ายภาพไว้ด้วยนอกจากจะบันทึกคำให้การรับสารภาพของจำเลยไว้เป็นหนังสือแล้วยังได้บันทึกเสียงคำรับสารภาพของจำเลยไว้มาเปิดให้ศาลฟังด้วยนอกจากนี้โจทก์ยังมีพยานบุคคลประกอบอีกว่า ได้พบเห็นจำเลยในเวลาก่อนเกิดเหตุ และภายหลังเกิดเหตุ ณ บริเวณใกล้เคียงกับสถานที่เกิดเหตุ ดังนี้ ศาลรับฟังคำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยประกอบกับพยานแวดล้อมเหล่านั้นลงโทษจำเลยได้ แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานก็ตาม
ย่อยาว
คดีนี้มีปัญหาเฉพาะจำเลยที่ 2 ซึ่งโจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้สมคบกับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289 ภริยาผู้ตายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 2 ผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 จำคุกตลอดชีวิต คำให้การชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 16 ปี โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ตามฟ้อง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนอาจใช้ยันจำเลยในชั้นพิจารณาของศาลได้ หากมีพยานหลักฐานประกอบฟังได้ว่า จำเลยให้การรับสารภาพโดยสมัครใจและตามความสัตย์จริง คดีนี้แม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานเห็นจำเลยที่ 2 เป็นคนยิงผู้ตาย แต่โจทก์มีคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ชั้นสอบสวนรับว่า จำเลยที่ 2เป็นคนยิงผู้ตาย จำเลยให้การชั้นสอบสวนโดยละเอียดกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมกระทำความผิด พฤติการณ์ในการกระทำความผิดตั้งแต่ต้นจนจบและมีผู้กำกับการตำรวจกับพนักงานสอบสวนเบิกความว่า จำเลยให้การโดยสมัครใจได้พาไปชี้ที่เกิดเหตุและถ่ายภาพไว้ ได้บันทึกคำให้การไว้เป็นหนังสือ และบันทึกเสียงคำรับสารภาพไว้มาเปิดให้ศาลฟังด้วย กับมีพยานบุคคลเบิกความประกอบอีกว่า ได้พบเห็นจำเลยในเวลาก่อนเกิดเหตุและภายหลังเกิดเหตุบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่เกิดเหตุดังนี้ คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 ใช้ยันจำเลยที่ 2 ในชั้นพิจารณาของศาลได้ ฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริง พิพากษาแก้ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1172/2510 พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นางบุญนาค ปัจจัยศิริ โจทก์ นายบุญมา หรือประสพ จินดานันท์ ที่ 1 นายทอง กาฬภักดี ที่ 2 นายบัว กาฬภักดี ที่ 3 จำเลย ป.วิ.อ. ม. 226 , ม. 227