ฎีกาที่ 899/2510
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์บรรยายฟ้องถึงมูลหนี้เดิมซึ่งเป็นเรื่องที่จำเลยเอาเงินของโจทก์ไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว แล้วจำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ทำสัญญาจะใช้เงินให้โจทก์จนครบโดยจำเลยจัดให้มีจำนองเป็นประกันหนี้รายนี้รวม 3 ราย ส่วนที่เหลือจำเลยได้ออกเช็คสั่งจ่ายเงิน เมื่อถึงกำหนดโจทก์นำเช็คไปขึ้นเงินไม่ได้ โดยธนาคารปฏิเสธว่าเงินในบัญชีไม่พอจ่าย โจทก์ได้ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ทั้งหมดตามหนังสือรับสภาพหนี้ จำเลยเพิกเฉยโจทก์จึงฟ้องเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้เพียงบางส่วนเท่าจำนวนที่จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ด้วยเช็ค ดังนี้ เห็นได้ว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ตามมูลหนี้เดิมที่จำเลยชำระหนี้โจทก์ด้วยเช็ค แต่โจทก์ไม่ได้รับเงินตามเช็ค หาใช่ฟ้องเรียกเงินตามมูลหนี้แห่งเช็คแต่อย่างเดียวไม่ เมื่อความจริงโจทก์ยังไม่ได้รับเงินตามเช็ค แม้จะเป็นเพราะเช็คขาดอายุความแล้วก็ตาม หนี้เดิมตามจำนวนที่จำเลยชำระด้วยเช็คก็หาระงับไปไม่ โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้เดิมที่ค้างชำระได้อยู่ และสิทธิเรียกร้องตามมูลหนี้เดิมนี้มีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างได้ ยักยอก เงินโจทก์ไปเมื่อกรรมการบริษัทโจทก์ตรวจพบความทุจริต จำเลยก็รับจะใช้เงินที่ ยักยอก ให้แล้วก็ไม่ชำระ แล้วได้ทำสัญญาให้แก่โจทก์ว่าจะนำเงินมาชำระ และเพื่อเป็นหลักฐานในการประกันหนี้ จำเลยได้จำนองเป็นประกัน 3 ราย และออกเช็คสั่งจ่ายเงินสดจำนวนหนึ่งให้โจทก์ดังสำเนาหนังสือสัญญาและรับสภาพหนี้ท้ายฟ้อง กรรมการบริษัทโจทก์ได้นำเช็คไปขึ้นเงิน แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินโดยเหตุผลว่าเงินในบัญชีไม่มีพอจ่าย โจทก์ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับจำเลย แต่ศาลยกฟ้อง โจทก์ได้ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ทั้งหมด จำเลยได้ขอผัดไปยังโจทก์ แต่แล้วก็ไม่ชำระจึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์และว่าจำเลยไม่เคยรับสภาพหนี้ฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้ว ศาลชั้นต้นงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายแล้วพิพากษาว่า คดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1002 ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า โจทก์ฟ้องตามมูลหนี้เดิม ซึ่งมีอายุความ 10 ปี ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้องพิพากษากลับ ให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องถึงมูลหนี้เดิม ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเลยเอาเงินของโจทก์ไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว แล้วจำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ทำสัญญาจะใช้เงินให้โจทก์จนครบ โดยจำเลยจัดให้มีจำนองเป็นประกันหนี้รายนี้รวม 3 ราย ส่วนที่เหลือจำเลยได้ออกเช็คสั่งจ่ายเงิน เมื่อถึงกำหนดโจทก์นำเช็คไปขึ้นเงินไม่ได้ โดยธนาคารปฏิเสธว่าเงินในบัญชีไม่พอจ่าย โจทก์ได้ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ทั้งหมดตามหนังสือรับสภาพหนี้ จำเลยเพิกเฉยโจทก์จึงฟ้องเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้เพียงบางส่วน เท่าจำนวนที่จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ด้วยเช็คดังนี้ เห็นได้ว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ตามมูลหนี้เดิมที่จำเลยชำระหนี้โจทก์ด้วยเช็ค แต่โจทก์ไม่ได้รับเงินตามเช็ค หาใช่ฟ้องเรียกเงินตามมูลหนี้แห่งเช็คแต่อย่างเดียวไม่ เมื่อความจริงโจทก์ยังไม่ได้รับเงินตามเช็ค แม้จะเป็นเพราะเช็คขาดอายุความแล้วก็ตาม หนี้เดิมตามจำนวนที่จำเลยชำระด้วยเช็คก็หาระงับไปไม่ โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้เดิมที่ค้างชำระได้อยู่ และสิทธิเรียกร้องตามมูลหนี้เดิมนี้มีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 164 ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 899/2510 บริษัทจังหวัดนครพนม จำกัด โดยนายย้อย ณ นครพนม ประธานกรรมการ โจทก์ นายวนิช อรรคนิตย์ กรรมการ โจทก์ นายประสาธน์ รัตนโยธิน จำเลย ป.พ.พ. ม. 164 , ม. 172 , ม. 194 , ม. 321