ฎีกาที่ 1113/2510
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
ศาลแขวงบันทึกคำฟ้องด้วยวาจาไว้ว่า จำเลยเข้าไปในเขตอาคารเก็บรักษาทรัพย์สินค้า ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264 ข้อหาเช่นนี้ย่อมหมายรวมทั้งตัวอาคารและเขตของอาคารด้วย ซึ่งไม่ชัดพอที่จะเป็นผิดฐาน บุกรุก ตามมาตราที่โจทก์ฟ้องได้และจำเลยก็ให้การว่าเข้าไปเดินอยู่ที่ถนนภายในเขตอาคารเก็บสินค้าเท่านั้น ซึ่งแสดงว่าไม่ได้รับเต็มตามข้อหา จึงเป็นเรื่องที่ศาลต้องสั่งคืนผู้ต้องหาให้ผู้ว่าคดีรับไปดำเนินการต่อไปตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ พ.ศ. 2499
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลแขวงพระนครใต้ด้วยวาจา ศาลบันทึกไว้ว่าเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2509 เวลา 17.00 น. จำเลยได้บังอาจเข้าไปในเขตอาคารเก็บรักษาทรัพย์สินค้าของการท่าเรือแห่งประเทศไทยโดยไม่มีเหตุอันสมควร ผู้แทนการท่าเรือได้มาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแล้ว เหตุเกิดที่ตำบลคลองเตย อำเภอพระโขนง จังหวัดพระนคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364 จำเลยให้การรับสารภาพ โดยว่าจำเลยเพียงแต่เข้าไปเดินอยู่ที่ถนนภายในเขตอาคารเก็บสินค้าเท่านั้นก็ถูกจับแล้ว ศาลชั้นต้นทำคำพิพากษาในบันทึกฉบับเดียวกันว่า คดีลงโทษไม่ได้เพราะจำเลยเพียงแต่เข้าไปเดินอยู่ที่ถนนภายในเขตของอาคารเก็บสินค้าเท่านั้น ยังไม่ได้เข้าไปในอาคารเก็บสินค้าตามความหมายในมาตรา 364แห่งประมวลกฎหมายอาญา จำเลยยังไม่ผิดให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลจะบันทึกคำฟ้อง คำรับสารภาพและทำคำพิพากษาในกรณีฟ้องด้วยวาจาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงมาตรา 20 นั้นต้องเป็นกรณีที่ได้ความตามคำฟ้องพอที่จะพิพากษาคดีไปได้ถ้าคำฟ้องและคำรับสารภาพนั้นยังไม่ได้ความชัดและตรงกันพอที่จะพิพากษาไปได้ ศาลก็ต้องคืนผู้ต้องหานั้นให้ผู้ว่าคดีรับไปดำเนินการต่อไป มิใช่ว่าจะตัดสินไปตามคำฟ้องและคำให้การที่ยังไม่แน่ชัดเป็นยุตินั้น คดีนี้ศาลชั้นต้นบันทึกคำฟ้องด้วยวาจาไว้ว่า จำเลยเข้าไปในเขตอาคารเก็บรักษาทรัพย์สินค้าขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364 ข้อหาที่บันทึกไว้นี้ย่อมหมายความรวมทั้งตัวอาคารและเขตของอาคารด้วย ซึ่งไม่ชัดพอที่จะเป็นผิดฐาน บุกรุก ตามมาตรา 364 ที่ฟ้องได้ และจำเลยก็ให้การว่าเข้าไปเดินอยู่ที่ถนนภายในเขตอาคารเก็บสินค้าเท่านั้น ซึ่งแสดงว่าไม่ได้รับเต็มตามข้อหาจึงเป็นเรื่องที่ศาลต้องสั่งคืนผู้ต้องหาให้ผู้ว่าคดีรับไปดำเนินการต่อไปตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณามาไม่ถูกต้อง จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ผู้ว่าคดีรับตัวผู้ต้องหาคืนเพื่อดำเนินการต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1113/2510 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้ โจทก์ นายจิตร เรืองเดช จำเลย ป.อ. ม. 264 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม. 19 , ม. 20