ฎีกาที่ 1628/2509
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เจ้าทรัพย์เอาเงินเหน็บไว้ชายผ้าแล้วเดินไปธุระ จำเลยเดินมาตามถนนพบธนบัตรตกอยู่ก็เก็บเอาเสีย เจ้าทรัพย์พอรู้สึกว่าเงินที่เหน็บไว้หายไป ก็รีบไปดูตามทางเพราะไม่รู้ว่าตกที่ไหน ไปสอบถามจำเลยว่าเห็นเงินตกตามทางบ้างไหม จำเลยปฏิเสธ ดังนี้ เห็นว่า ตอนจำเลยเก็บเงินไปนั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นของใคร และก็ไม่รู้ว่าเจ้าของกำลังติดตามอยู่ ฉะนั้น เมื่อจำเลยเก็บเงินตกกลางทางได้ และเอาเป็นประโยชน์ของตนเสียโดยเจตนาทุจริตเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินหายซึ่งจำเลยเก็บได้ ฟ้องว่าจำเลยลักเงินทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเก็บเงินตกกลางทางได้และเอาเป็นประโยชน์ส่วนตัว โดยเจตนาทุจริตอันเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินหายซึ่งจำเลยเก็บได้ ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาจึงแตกต่างกับฟ้องอันเป็นสารสำคัญของคดีลงโทษจำเลยฐาน ลักทรัพย์ ตามฟ้องไม่ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักเอาเงิน 82 บาทของนางศรีไปโดยทุจริตขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐาน ลักทรัพย์ ตามมาตรา 334 ให้จำคุกจำเลย 1 เดือน กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 82 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในสารสำคัญของคดี พิพากษากลับเป็นให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ข้อเท็จจริงได้ความว่า เจ้าทรัพย์เอาเงิน 82 บาทเหน็บไว้ที่ชายผ้าแล้วเดินไปธุระที่บ้านพี่สาว จำเลยเดินมาตามถนนพบธนบัตรตกอยู่กลางถนน ก็เก็บไว้ ฝ่ายเจ้าทรัพย์รู้สึกตัวว่าเงินหายไป ก็รีบไปดูตามทางที่ผ่านไป ไปสอบถามจำเลยว่าเป็นเงินตกตามทางบ้างไหมจำเลยปฏิเสธ ศาลฎีกาเห็นว่าเจ้าทรัพย์ไม่รู้ว่าเงินตกตรงไหน ตอนจำเลยเก็บเงินไปนั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นของใครและไม่รู้ว่าเจ้าทรัพย์กำลังติดตามอยู่ ฉะนั้น เมื่อจำเลยเก็บเงินตกกลางทางได้และเอาเป็นประโยชน์ของตนเสียโดยเจตนาทุจริต เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินหายซึ่งจำเลยเก็บได้ตามประมวลกฎหมายอาญา ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาจึงแตกต่างกับฟ้องที่กล่าวว่าจำเลย ลักทรัพย์ อันเป็นสารสำคัญของคดีจึงลงโทษจำเลยฐาน ลักทรัพย์ ตามฟ้องไม่ได้ ดังบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 192 วรรค 2 ที่แก้ไขใหม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1628/2509 อัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์ นางจอมศรี กรมณี จำเลย ป.อ. ม. 334 , ม. 352 ป.วิ.อ. ม. 192