ฎีกาที่ 985/2509
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำความเห็นส่งสำนวนต่อศาลในกรณีที่มีผู้ขอรับชำระหนี้ แม้จะเห็นควรให้ยกคำขอนั้นเสีย ลำพังความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีผลบังคับอย่างใด ศาลอาจวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นก็ได้ ฉะนั้นจึงยังไม่มีการกระทำหรือคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อย่างใดที่ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย มาตรา 146 ผู้ขอรับชำระหนี้จะมายื่นคำร้องต่อศาลให้สั่งกลับคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หาได้ไม่ แต่เมื่อศาลชั้นต้นสั่งไปอย่างใดแล้ว ผู้ขอรับชำระหนี้มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ผู้ร้องได้ทราบคำสั่งศาล
ย่อยาว
คดีนี้ ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด นายมนูญเจ้าหนี้ได้ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาแล้วเสนอความเห็นว่าไม่น่าเชื่อว่าจำเลยได้กู้เงินนายมนูญจริง ควรให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของนายมนูญ นายมนูญยื่นคำร้องต่อศาลว่า คำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขัดต่อข้อเท็จจริง จึงขอคัดค้าน และขอให้ศาลมีคำสั่งกลับคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสีย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าผู้ร้องจะต้องร้องต่อศาลภายในกำหนด 14 วันนับแต่วันทราบคำสั่งตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย มาตรา 146 ผู้ร้องมายื่นคำร้องเมื่อล่วงเวลา และศาลก็ได้สั่งยื่นตามคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไปแล้ว จึงให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เมื่อศาลชั้นต้นสั่งยกคำขอรับชำระหนี้เช่นนั้น กรณีไม่ใช่เรื่องที่ผู้ร้องจะขอให้ศาลสั่งใหม่ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย มาตรา 146 แต่เป็นกรณีที่ผู้ร้องอาจอุทธรณ์คำสั่งศาลได้ตามมาตรา 107 และแม้จะคิดว่านายมนูญได้อุทธรณ์ในปัญหาการขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 107 ด้วย นายมนูญก็ยื่นอุทธรณ์เกินกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำความเห็นส่งสำนวนต่อศาลในกรณีที่ผู้ร้องขอรับชำระหนี้ แม้จะเห็นควรให้ยกคำขอนั้นเสีย ลำพังความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีผลบังคับอย่างใด ศาลอาจวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นก็ได้ ฉะนั้น จึงยังไม่มีการกระทำหรือคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย มาตรา 146 ผู้ร้องจึงจะมายื่นคำร้องต่อศาลให้สั่งกลับคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หาได้ไม่ แต่เมื่อศาลชั้นต้นสั่งไปอย่างใดแล้วผู้ร้องมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายใน1 เดือน นับแต่วันที่ผู้ร้องได้ทราบคำสั่งศาล ฟ้องอุทธรณ์ของผู้ร้องยื่นเกินกำหนด 1 เดือน ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของผู้ร้องชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 985/2509 นางสาวมลิ เดชกำแหง โจทก์ นายสุรินทร์ นิภารัตน์ จำเลย เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ จำเลย นายมนูญ สังข์เผือก จำเลย ป.วิ.พ. ม. 229 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 107 , ม. 146