ฎีกาที่ 870/2509
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ในกรณีที่ลูกหนี้มิได้ถูกฟ้องคดี ล้มละลาย หากลูกหนี้เลือกชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ก็ตาม ซึ่งเจ้าหนี้รู้แล้วว่าเป็นการทำให้เจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบ เจ้าหนี้อื่นอาจขอให้ศาลเพิกถอนได้ ตามฎีกาที่ 1130,1131/2505 ในกรณีที่ลูกหนี้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด การที่ลูกหนี้เลือกชำระหนี้แก่เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใด แม้จะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและมีคำบังคับให้ชำระหนี้แล้วก็ตามโดยลูกหนี้ไม่มีทรัพย์พอจะชำระหนี้รายอื่นได้ อันทำให้เจ้าหนี้ที่ได้รับชำระหนี้ได้เปรียบเจ้าหนี้รายอื่นแล้วก็อยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 115(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 9/2509)
ย่อยาว
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยทั้งสองถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคล ล้มละลาย ในการสอบสวนปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้ชำระหนี้ให้แก่นายยู่ย้งเจ้าหนี้ไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความของศาล เป็นเงิน 45,000 บาท ก่อนถูกฟ้อง ล้มละลาย เพียงเดือนเศษ โดยจำเลยมุ่งหมายให้นายยู่ย้งเจ้าหนี้ได้เปรียบแก่เจ้าหนี้คนอื่นของจำเลย ต้องตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการชำระหนี้ของจำเลยที่ 2 และให้นายยู่ย้งนำเงินดังกล่าวส่งมอบแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ นายยู่ย้งคัดค้านว่า จำเลยชำระหนี้ให้โดยสุจริต ไม่มีความมุ่งหมายให้ได้เปรียบเสียเปรียบ การชำระหนี้ได้กระทำมาปีเศษแล้วเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพิ่งมาร้องทำให้ผู้คัดค้านเสียหายในอันที่จะสูญเสียการชำระหนี้เป็นการใช้สิทธิที่มีแต่จะให้ผู้อื่นเสียหาย ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยชำระหนี้ให้ผู้คัดค้านโดยมุ่งหมายให้ผู้คัดค้านได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น จึงให้เพิกถอนการชำระหนี้รายนี้และให้ผู้คัดค้านนำเงินนั้นส่งมอบแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ นายยู่ย้งอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นายยู่ย้งฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นลูกหนี้ เจ้าหนี้รายอื่นอีก 6 รายเป็นเงิน 500,000 บาทเศษ และจำเลยชำระหนี้ให้แก่ผู้คัดค้านโดยปิดบังมิให้เจ้าหนี้อื่นรู้ ส่วนปัญหาที่ว่า การชำระหนี้ตามคำบังคับของศาลก่อนจำเลยถูกฟ้องให้เป็นบุคคล ล้มละลาย จะถือว่าอยู่ในความหมายอันถือได้ว่าได้กระทำโดยมุ่งหมายให้เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่นตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115 หรือไม่นั้น ศาลฎีกาได้ปรึกษาปัญหานี้ในที่ประชุมใหญ่แล้วเห็นว่าแม้ในกรณีที่ลูกหนี้มิได้ถูกฟ้องคดี ล้มละลาย หากลูกหนี้ได้เลือกชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ก็ตาม ซึ่งเจ้าหนี้รู้ว่าเป็นการทำให้เจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบ เจ้าหนี้อื่นอาจขอให้ศาลเพิกถอนเสียได้ตามฎีกาที่ 1130 - 1131/2505 แต่ในกรณีที่ลูกหนี้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด มีพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115 บัญญัติไว้ ดังนั้น การที่ลูกหนี้เลือกชำระหนี้แก่เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดแม้จะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา และมีคำบังคับให้ชำระหนี้แล้วก็ตาม โดยลูกหนี้ไม่มีทรัพย์พอจะชำระหนี้รายอื่นได้ อันทำให้เจ้าหนี้ที่ได้รับชำระได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นแล้วก็อยู่ในบังคับแห่งมาตรา 115 ดังกล่าว และข้อเท็จจริงคดีนี้ฟังได้ว่าจำเลยชำระหนี้โดยมุ่งหมายให้ผู้คัดค้านได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 870/2509 นายสงวน ทองไพฑูรย์ โจทก์ นายสง่า แก้วมีแสง ที่ 1 นางโปร่งจิตต์ แก้วมีแสง ที่ 2 จำเลย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของนายสง่า แก้วมีแสง และ ผู้ร้อง นางโปร่งจิตต์ แก้วมีแสง ผู้ร้อง นายยูย้ง แซ่ตั้ง ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 115 ป.พ.พ. ม. 237