ฎีกาที่ 1404-1405/2508
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
มาตรา 183 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ให้อำนาจศาลจะสั่งให้คู่ความฝ่ายใดนำสืบในประเด็นข้อใดก่อนหรือหลังก็ได้ ฉะนั้น เมื่อประเด็นที่จำเลยต่อสู้เป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งถ้าได้ความแล้วคดีอาจพิจารณาพิพากษาไปได้โดยไม่ต้องพิจารณาประเด็นข้ออื่นๆ แล้ว ศาลอาจสั่งให้จำเลยนำสืบก่อนทุกประเด็นก็ได้ พินัยกรรมก่อตั้งทรัสต์ก่อนประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 6 นั้น ไม่ขัดต่อกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลานั้น และพินัยกรรมที่กำหนดให้โจทก์มีอำนาจจัดการและเก็บค่าเช่านั้น คำว่า จัดการ ในที่นี้ย่อมหมายถึงการดำเนินการต่างๆ ตลอดจนการฟ้องร้องคดีด้วย พินัยกรรมตั้งผู้จัดการ มรดก รวมสี่คน เมื่อเหลือโจทก์คนเดียวเพราะผู้จัดการ มรดก สองคนถึงแก่กรรม และผู้จัดการ มรดก อีกคนหนึ่งลาออก เมื่อพินัยกรรมมิได้กำหนดให้จัดการ มรดก พร้อมกันแล้ว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องคดีได้ การจัดการ มรดก ไม่ใช่สิทธิเรียกร้อง ไม่มีอายุความเมื่อจัดการ มรดก ยังไม่เสร็จสิ้น ผู้จัดการ มรดก ย่อมมีอำนาจจัดการตลอดไปจนกว่าจะเสร็จสิ้น โจทก์เคยฟ้องขับไล่จำเลย ศาลพิพากษายกฟ้อง เพราะโจทก์แสดงอำนาจฟ้องไม่ถูกต้องนั้น ศาลยังมิได้วินิจฉัยประเด็นข้อต่อสู้เรื่องขับไล่ ฉะนั้น โจทก์จึงมาฟ้องขับไล่จำเลยได้ใหม่ โดยไม่ถือว่าเป็นฟ้องซ้ำ
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องคดีทั้งสองสำนวนมีใจความทำนองเดียวกันว่า โจทก์เป็นผู้จัดการ มรดก ตามพินัยกรรมของนายราวานา มานาไวตี ประเดียอะจีผู้วายชนม์ ซึ่งนายราวานาฯ ได้ให้นายคำบิดานางสาวถมยาและนายอึ้งคุณจำเลยเช่าห้องแถวทำการค้า ต่อมาบิดานางสาวถมยาตาย นางสาวถมยารับช่วงทำการค้าต่อ จำเลยทั้งสองสำนวนผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่าขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากห้องเช่า และชำระค่าเช่าที่ค้างกับค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองสำนวนให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากห้องพิพาทและให้จำเลยสำนวนแรกใช้ค่าเสียหายเดือนละ 80 บาท จำเลยในสำนวนสองใช้ค่าเสียหายเดือนละ 50 บาท ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไปจากห้องพิพาท จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยนำสืบก่อนทุกประเด็น ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 ให้อำนาจศาลที่จะสั่งให้คู่ความฝ่ายใดนำสืบในประเด็นข้อใดก่อนหรือหลังก็ได้ และคดีนี้ประเด็นที่จำเลยต่อสู้ว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ และจำเลยได้รับความคุ้มครองฯ นั้น เป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งถ้าได้ความแล้วคดีอาจพิจารณาพิพากษาไปได้โดยไม่ต้องพิจารณาประเด็นข้ออื่น ๆ และที่ศาลสั่งให้จำเลยนำสืบก่อนทุกประเด็นก็ไม่ทำให้จำเลยเสียหาย เพราะเมื่อจำเลยนำสืบเสร็จแล้ว หากมีการเสียหายเกิดขึ้นจากการนำสืบของโจทก์ภายหลัง จำเลยก็อาจร้องขอศาลนำสืบหักล้างได้ และฎีกาของจำเลยก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยจะมีพยานหลักฐานอื่นใดที่จะนำสืบเพิ่มเติมอีกแม้ศาลจะสั่งให้จำเลยนำสืบก่อนก็ไม่ทำให้การวินิจฉัยคำพยานในคดีเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น จึงไม่มีข้อที่ศาลฎีกาจะสั่งแก้ ที่จำเลยฎีกาว่า ถ้าศาลเห็นว่าพินัยกรรมมีผลใช้ได้ ก็กำหนดให้โจทก์เก็บค่าเช่า ไม่ได้ให้ฟ้องคดีนั้น พินัยกรรมก่อตั้งทรัสต์รายนี้ได้ก่อตั้งขึ้นก่อนประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ซึ่งให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2478 เป็นต้นไปจึงไม่ขัดต่อกฎหมายไทยที่ใช้อยู่ในเวลานั้น และพินัยกรรมข้อ 18 ได้กำหนดให้โจทก์มีอำนาจจัดการและเก็บค่าเช่าทั้งสองประการ คำว่าจัดการ ในที่นี้ย่อมหมายถึงการดำเนินการต่าง ๆ ตลอดจนการฟ้องร้องนอกจากนั้นโจทก์ฟ้องคดีนี้ในฐานะเป็นผู้จัดการ มรดก ผู้วายชนม์ตามพินัยกรรมซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1736 ในระหว่างจัดการทรัพย์ มรดก ผู้จัดการชอบที่จะทำการใดในทางจัดการที่จำเป็นได้ เช่น ฟ้องคดี โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ที่จำเลยฎีกาว่า พินัยกรรมตั้งผู้จัดการ มรดก รวม 4 คนเมื่อเหลือโจทก์คนเดียวโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ได้ความว่านางเนี้ยวนายอารีผู้จัดการ มรดก ได้ถึงแก่กรรมและนายหลีได้ลาออกโดยได้รับอนุญาตจากศาลกงศุลอังกฤษ คงเหลือแต่โจทก์คนเดียวทั้งพินัยกรรมไม่ได้กำหนดให้ผู้จัดการ มรดก ทั้งสี่คนจัดการ มรดก พร้อมกัน โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องได้ตามมาตรา 1715 ที่จำเลยฎีกาว่า การจัดการ มรดก รายนี้ล่วงเลยกว่า 20 ปี สิทธิของโจทก์จะระงับไปนั้น เห็นว่าพินัยกรรมไม่ได้กำหนดเวลาสิ้นสุดของการจัดการ มรดก ไว้ และการจัดการ มรดก ไม่ใช่สิทธิเรียกร้องไม่มีอายุความ เมื่อจัดการ มรดก ยังไม่เสร็จสิ้น โจทก์มีอำนาจจัดการตลอดไปจนกว่าจะเสร็จ ฎีกาคัดค้านของจำเลยฟังไม่ได้ ฎีกาจำเลยข้อสุดท้ายว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งแดงที่ 303/2497 และ 305/2497 ของศาลแขวงพระนครใต้นั้นศาลแขวงพระนครใต้ยกฟ้องคดีแพ่งดังกล่าว โดยโจทก์แสดงอำนาจฟ้องไม่ถูกต้อง คือไม่อ้างต้นฉบับพินัยกรรมมาแสดงต่อศาล ศาลยังไม่ได้วินิจฉัยประเด็นข้อต่อสู้เรื่องขับไล่จำเลยออกจากห้องพิพาท คดีจึงไม่เป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นทุกประการ พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1404 - 1405/2508 นายมณี ธรรมปรีดา หรือนายซุปปารามาเนีย พิลเลย์ โจทก์ ผู้จัดการ มรดก ตามพินัยกรรมของนายราวานา มานาไวตี ประเดียอะจี โจทก์ ผู้วายชนม์ โจทก์ นายอึ้งคุณ หรือมิ้งคุณ หรือยิ้มคุณ แซ่หว่อง จำเลย นายมณี ธรรมปรีดา หรือนายซุปปารามาเนีย พิลเลย์ โจทก์ ป.พ.พ. ม. 1715 , ม. 1736 ป.วิ.พ. ม. 148 , ม. 183