ฎีกาที่ 1200/2508
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
แม้เป็นสามีภริยากันก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5 ถ้าจะขาดจากการสมรสภายหลังที่ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ กรณีเรื่องขาดจากการสมรสไม่ใช่ความสัมพันธ์ใน ครอบครัว อันเกิดจากการสมรสตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติแห่งบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 แต่เป็นกรณีที่จะสิ้นความสัมพันธ์ต่อกัน การหย่ากันโดยความยินยอม โดยมิได้ทำเป็นหนังสือตามที่กฎหมายบัญญัติไว้นั้น ไม่มีผลทำให้ขาดจากการสมรส โจทก์เป็นสามีภริยากับผู้ตาย เมื่อจำเลยอ้างว่าโจทก์กับผู้ตายขาดจากกัน จำเลยต้องนำสืบ
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของขุนเจนจบทิศพ.ศ. 2487 ขุนเจนจบทิศได้จำเลยเป็นภริยา ขุนเจนจบทิศเป็นข้าราชการออกเมื่อ พ.ศ. 2497 ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2505 มีเงินจ่ายให้ทายาทตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญเป็นเงิน 108,750 บาทเงินค่าทำศพอีก 3,625 บาท โจทก์มีสิทธิได้รับจำเลยขอรับเงินดังกล่าวขอให้พิพากษาว่าทะเบียนสมรสระหว่างจำเลยกับขุนเจนจบทิศเป็นโมฆะจำเลยไม่ใช่ภริยาชอบด้วยกฎหมายอันจะมีสิทธิรับเงิน จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยจดทะเบียนสมรสกับขุนเจนจบทิศเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2503 โจทก์หย่าขาดจากขุนเจนจบทิศก่อนที่ขุนเจนจบทิศจะได้จำเลยเป็นภริยาจำเลยเป็นผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จตกทอดและเงินค่าทำศพ จึงขอให้ยกฟ้องโจทก์ และห้ามโจทก์มิให้ขัดขวางการรับเงินและพิพากษาว่าจำเลยมีสิทธิรับเงิน โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์มิได้หย่าขาดกับขุนเจนจบทิศ ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของขุนเจนจบทิศไม่ได้หย่าขาดจากกัน พิพากษาว่าการสมรสระหว่างขุนเจนจบทิศและจำเลยเป็นโมฆะ โจทก์มีสิทธิรับเงินให้ยกฟ้องแย้งจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์เป็นสามีภริยากับขุนเจนจบทิศ เมื่อจำเลยอ้างว่าโจทก์กับขุนเจนจบทิศขาดจากกัน เป็นหน้าที่จำเลยต้องนำสืบแม้ขุนเจนจบทิศกับโจทก์เป็นสามีภริยากันก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ถ้าจะขาดจากการสมรสภายหลังที่ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ เพราะพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติ บรรพ 5แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2477 ให้ใช้บรรพนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2478 เป็นต้นไป ทั้งระบุไว้ในมาตรา 4 ว่า บทบัญญัติแห่งบรรพนี้ไม่กระทบกระเทือนถึง (1) การสมรสซึ่งได้มีอยู่ก่อนใช้ประมวลกฎหมายบรรพนี้ทั้งสัมพันธ์ใน ครอบครัว อันเกิดแต่การสมรสนั้น (2) การใช้อำนาจปกครอง ความปกครอง ฯลฯ ซึ่งแสดงอยู่ในตัวว่าถ้าไม่เข้ากรณีตามมาตรา 4 นี้ บทบัญญัติในบรรพ 5 ก็ใช้บังคับทันทีสำหรับกรณีเรื่องขาดจากการสมรส ไม่ใช่ความสัมพันธ์ใน ครอบครัว อันเกิดจากการสมรสตามมาตรา 4 แต่เป็นกรณีที่จะสิ้นความสัมพันธ์ต่อกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 บัญญัติถึงการขาดจากการสมรสไว้ 3 ประการ คือ ตายจากกัน หย่ากันโดยความยินยอมและศาลพิพากษาให้หย่าขาดจากกัน การหย่ากันโดยความยินยอมนั้นมาตรา 1498 บัญญัติว่า ต้องทำเป็นหนังสือและมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อยสองคน การเลิกเป็นสามีภริยากันโดยมิได้ทำเป็นหนังสือตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ จึงไม่มีผลทำให้ขาดจากการสมรส ส่วนข้อเท็จจริงนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยนำสืบฟังไม่ได้ว่าโจทก์กับขุนเจนจบทิศขาดจากการสมรสก่อนและเมื่อใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 แล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1200/2508 นางทองดี ยงใจยุธ (หม้าย โจทก์ นางบุญธัม ยงใจยุธ จำเลย ป.วิ.พ. ม. 84 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม. 3 , ม. 4 ป.พ.พ. ม. 1497 , ม. 1498