ฎีกาที่ 1498-1499/2508
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
คำให้การจำเลยระบุบ่งชัดโดยเฉพาะว่าขอปฏิเสธหนี้สินตามที่โจทก์อ้างมาเป็นจำนวนรายละ 20,000 บาทนั้น ย่อมมีประเด็นที่โจทก์จะต้องนำสืบถึงหนี้ตามที่โจทก์ฟ้อง แม้จำเลยจะไม่อ้างรายละเอียดว่าจำเลยปฏิเสธหนี้ของโจทก์เพราะเหตุใด ก็มีผลเพียงแต่จำเลยไม่มีข้ออ้างที่จะเป็นประเด็นข้อนำสืบต่อสู้คดีเท่านั้น แต่ไม่ทำให้กลายเป็นว่าจำเลยรับตามฟ้องโจทก์ หนี้ที่จำเลยประนีประนอมกับเจ้าหนี้ในคดี ล้มละลาย เดิม และยังค้างชำระอยู่บ้างนั้น ไม่ควรนำมาเป็นเหตุให้จำเลย ล้มละลาย อีก
ย่อยาว
คดีสองสำนวนนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นผู้สั่งจ่ายจำเลยที่ 1 เป็นผู้สลักหลัง โจทก์ยื่นเช็คต่อธนาคาร ธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงิน จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว มีหนี้สินมากมาย จึงขอให้ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยเป็นคน ล้มละลาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยที่ 2 มีหนี้สินล้นพ้นตัว และโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีได้ จึงมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาดยกฟ้องจำเลยที่ 1 โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาครั้งแรกให้ยกฟ้องโจทก์ เพราะโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โดยมิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดี ล้มละลาย เรื่องก่อนแต่ศาลฎีกาพิพากษาให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ โดยเห็นว่าโจทก์ยังมีอำนาจฟ้องอีกได้ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลย มิใช่ผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว พิพากษาแก้ เป็นให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 ด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำให้การจำเลยระบุบ่งชัดโดยเฉพาะว่าขอปฏิเสธหนี้สินตามที่โจทก์อ้างมาเป็นจำนวนรายละ 20,000 บาทนั้น จึงมีประเด็นที่โจทก์จะต้องนำสืบถึงหนี้ตามที่โจทก์ฟ้องโดยบริบูรณ์ ถึงแม้จำเลยจะไม่อ้างรายละเอียดว่าจำเลยปฏิเสธหนี้ของโจทก์เพราะเหตุใด ก็มีผลเพียงแต่จำเลยไม่มีข้ออ้างที่จะเป็นประเด็นข้อนำสืบต่อสู้คดีเท่านั้น แต่ไม่ทำให้กลายเป็นว่าจำเลยรับตามฟ้องโจทก์ ทั้ง ๆ ที่จำเลยปฏิเสธไว้ชัดแจ้งแล้ว ปัญหาที่ว่าจำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่นั้น โจทก์ฎีกาว่า ทรัพย์ที่ยึดซึ่งโจทก์ตีราคา 40,000 บาทเศษนั้น จำเลยขายให้นายฮกไปหมดและนายฮกมาร้องขัดทรัพย์ซึ่งอยู่ระหว่างรอการไต่สวนเพื่อฟังผลคดีนี้ เห็นว่า โจทก์ก็ยังคัดค้านคำร้องขัดทรัพย์ของนายฮกอยู่จะฟังว่าเป็นทรัพย์ที่จำเลยขายนายฮกไปแล้วดังที่โจทก์ฎีกายังไม่ได้หนี้สินที่โจทก์ว่าจำเลยมีถึงล้านบาทก็ไม่มีเค้ามูลที่จะฟังเช่นนั้น หนี้ที่จำเลยประนีประนอมกับเจ้าหนี้ในคดี ล้มละลาย เดิมและยังค้างชำระอยู่บ้างนั้น ไม่ควรนำมาเป็นเหตุให้จำเลย ล้มละลาย อีก ข้อที่ว่าจำเลยหนีและปิดที่ทำการก็ได้ความว่าจำเลยที่ 2 ต้องคดีอาญาฐานออกเช็คไม่มีเงิน จะฟังว่าจำเลยหนีเพื่อประวิงการใช้หนี้ไม่ถนัด ฎีกาโจทก์ยังไม่มีเหตุจะรับฟังแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1498 - 1499/2508 นายย่งเอี๋ยม แซ่เบ๊ โดยนายจตุพร สิหนาทกถากุล โจทก์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดลิ้มเอี้ยวจั้ว ที่ 1 นายเอี้ยวจั้ว จำเลย หรือเอี้ยวอัน แซ่ลิ้ม ที่ 2 จำเลย นายจตุพร สิหนาทกถากุล โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดลิ้มเอี้ยวจั๊ว ที่ 1 นายเอี้ยวจั๊ว จำเลย ป.วิ.พ. ม. 177 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 9 , ม. 14