ฎีกาที่ 997/2508
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์นำยึดทรัพย์จำเลยไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษาจำเลยร้องขอให้ศาลปล่อทรัพย์ที่ยึดโดยมีผู้ค้ำประกันต่อมาศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินโจทก์ จำเลยไม่ชำระโจทก์ขอให้ศาลบังคับผู้ค้ำประกัน เมื่อปรากฏต่อศาลว่าโจทก์จำเลยได้ทำหนังสือประนอมหนี้โอนที่ดินของจำเลยใช้หนี้โจทก์ไปแล้ว ผู้ค้ำประกันก็ไม่ต้องรับผิดใช้หนี้โจทก์ ผู้ร้องได้ยื่นระบะพยานอ้างเอกสารไว้แล้ว แต่เรียกมาไม่ได้ คงส่งศาลได้แก่สำเนาเพิ่งปรากฏว่าจำเลยได้นำต้นฉบับเอกสารมาส่งศาลเมื่อคดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาแล้วผู้ร้องจึงขอให้ศาลฎีกาสั่งให้สืบพยานเกี่ยวกับต้นฉบับเอกสารนั้น ศาลฎีกามีอำนาจสั่งรับต้นฉบับเอกสารและสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานประกอบเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247 ประกอบด้วยมาตรา 240(2) และ (3) ได้.
ย่อยาว
คดีนี้ มีปัญหาชั้นบังคับคดี โจทก์ได้นำยึดทรัพย์จำเลยไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษาจำเลยร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โดยหาผู้ค้ำประกันมา ศาลอนุญาตโดยให้มีผู้ค้ำประกัน ต่อมาศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินโจทก์ จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงขอให้ศาลบังคับผู้ค้ำประกัน ผู้ค้ำประกันร้องว่าผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดใช้หนี้โจทก์ เพราะโจทก์จำเลยได้ทำหนังสือประนอมหนี้และจำเลยได้โอนที่ดินของจำเลยใช้หนี้โจทก์ไปแล้ว โจทก์ว่ายังไม่ได้รับชำระหนี้จากจำเลย การโอนโฉนดที่ดินเป็นเรื่องอื่น ศาลชั้นต้นไต่สอนแล้วมีคำสั่งว่าหนี้สินที่จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์อยู่ตามคำพิพากษานั้น ได้มีการประนีประนอมชำระหนี้กันไปก่อนแล้ว ผู้ค้ำประกันจึงหลุดพ้นจากการบังคับคดีของศาลไปด้วย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ผู้ ล้มละลาย อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษากลับให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องฎีกา และภายหลังได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาเรียกโจทก์จำเลยมาสอบถามหรือสั่งให้สืบพยานเกี่ยวกับเอกสารซึ่งจำเลยพึ่งจะนำมาส่งศาลเมื่อคดีขึ้นมาสู่ฎีกาแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งว่า เอกสารที่จำเลยนำส่งนั้นปรากฏว่า ผู้ร้องได้ยื่นระบุพยานอ้างไว้แล้วแต่เรียกไม่ได้ เพิ่งปรากฏว่าจำเลยนำมาส่งศาล เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จึงให้รับเอกสารฉบับนี้ไว้เป็นพยานและให้ศาลชั้นต้นสืบพยานประกอบเอกสารส่งมาให้ศาลฎีกา และเห็นว่าเอกสารที่จำเลยนำส่งนั้นเป็นเอกสารประนอมหนี้ระหว่างโจทก์จำเลย และจำเลยได้โอนที่ดินชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์แล้ว ผู้ร้องในฐานะผู้ค้ำประกันจึงหลุดพ้นจากความรับผิด พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 997/2508 นายสมพงษ์ ธำรงเทพพิทักษ์ โจทก์ นายสมชาย ศุกรสมิต ที่ 1 นายบรรลุ อารียา ที่ 2 นายพินัย พิมเสน ที่ 3 นายจำรัส ชูประเทศ ผู้ค้ำประกันผู้ร้อง ป.พ.พ. ม. 680 , ม. 698 ป.วิ.พ. ม. 240 (2)