ฎีกาที่ 1145/2508
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องขอให้แสดงว่านิติกรรมขายฝากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นโมฆะ โดยอ้างว่านิติกรรมการขายฝากและสัญญาเช่าเป็นนิติกรรมอำพราง ให้จำเลยรับเงินไถ่ถอนและแก้ทะเบียนที่ดินคืนเป็นของโจทก์ จำเลยให้การว่านิติกรรมขายฝากและสัญญาเช่าเป็นนิติกรรมแท้จริงไม่อำพราง สัญญาเช่าสิ้นอายุแล้วขอให้ขับไล่นั้น เป็นกรณีเกี่ยวกับฟ้องเดิมซึ่งจำเลยฟ้องแย้งมาในคำให้การได้ เมื่อนิติกรรมอันหนึ่งทำขึ้นเพื่ออำพรางนิติกรรมอีกอันหนึ่ง นิติกรรมอันแรกย่อมเป็นการแสดงเจตนาลวงด้วยสมรู้กันระหว่างคู่กรณีที่จะไม่ผูกพันตามเจตนาที่แสดงออกมานั้น นิติกรรมอันแรกที่ปรากฏออกมานั้นย่อมตกเป็นโมฆะ ส่วนนิติกรรมอันหลังที่ถูกอำพรางไว้โดยนิติกรรมอันแรกต้องบังคับตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยนิติกรรมอันที่ถูกอำพรางไว้ ซึ่งจะสมบูรณ์หรือไม่เพียงใด ก็แล้วแต่บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยนิติกรรมอันหลังนี้ เจตนาลวงที่แสดงออกมาด้วยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งย่อมตกเป็นโมฆะ ไม่ว่านิติกรรมอีกอันหนึ่งถูกปกปิดไว้หรือไม่ก็ตาม เหตุนี้ การนำสืบพยานตามข้ออ้างของโจทก์จึงเป็นการนำสืบทำลายข้อความในเอกสารว่า สัญญาที่ระบุไว้ในเอกสารนั้นไม่สมบูรณ์ตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคสอง ซึ่งไม่ห้ามในการที่โจทก์จะนำสืบพยานบุคคลตามฟ้องโจทก์นั้น (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 295/2508 ประชุมใหญ่)
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของร้อยตำรวจตรีมณี อาภารัตน์ตามคำสั่งศาล ร้อยตำรวจตรีมณี จำนอง ที่ดินพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างแก่จำเลยเป็นเงิน 300,000 บาท แต่จำเลยให้ทำเป็นสัญญาขายฝากอำพรางการ จำนอง ไว้ และให้ลงจำนวนเงินในสัญญาขายฝาก390,000 บาท ต่อมาร้อยตำรวจตรีมณีกู้เงินจำเลยอีก 50,000 บาท จำเลยให้ร้อยตำรวจตรีมณีทำสัญญาเช่าทรัพย์ที่ จำนอง โจทก์ติดต่อขอไถ่ จำนอง จำเลยจะคิดเอาเงิน 600,000 บาท โจทก์ไม่ยอม จึงขอให้ศาลบังคับแสดงว่านิติกรรมขายฝากเป็นโมฆะ ให้จำเลยรับเงิน 300,000 บาทเป็นการไถ่ถอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จำเลยให้การปฏิเสธ และฟ้องแย้งให้ขับไล่โจทก์และบริวารโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้น ศาลชั้นต้นเห็นว่า ศาลอาจทำการชี้ขาดเบื้องต้นให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่อง จึงงดการสืบพยาน แล้วพิพากษาว่าจำเลยฟ้องแย้งได้เพราะคดีเกี่ยวข้องกัน โจทก์จะนำสืบตามฟ้องว่าเป็นการ จำนอง เป็นการแก้ไขการขายฝากซึ่งเป็นเอกสารมหาชน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 ศาลจึงฟังข้อเท็จจริงว่าร้อยตำรวจตรีมณีทำสัญญาขายฝากจดทะเบียนจนพ้นกำหนดไถ่คืนแล้วพิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้แสดงว่านิติกรรมขายฝากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นโมฆะ โดยอ้างว่านิติกรรมการขายฝากและสัญญาเช่าเป็นนิติกรรมอำพราง ให้จำเลยรับเงินไถ่ถอนและแก้ทะเบียนที่ดินคืนเป็นของโจทก์ จำเลยให้การว่า นิติกรรมขายฝากและสัญญาเช่าเป็นนิติกรรมแท้จริงไม่อำพราง สัญญาเช่าสิ้นอายุแล้ว ขอให้ขับไล่เห็นได้ชัดว่าเป็นที่ดินที่ขายฝากและเช่าตามฟ้องเดิมซึ่งโจทก์ฟ้องเรียกคืนนั่นเอง จึงเป็นกรณีเกี่ยวกับฟ้องเดิมซึ่งจำเลยฟ้องแย้งมาในคำให้การได้ ส่วนข้อที่ว่า โจทก์จะนำสืบได้หรือไม่ว่านิติกรรมขายฝากและเช่าเป็นโมฆะ เพราะเป็นนิติกรรมอำพรางนั้น เห็นว่า เมื่อนิติกรรมอันหนึ่งทำขึ้นเพื่ออำพรางนิติกรรมอีกอันหนึ่ง นิติกรรมอันแรกย่อมเป็นการแสดงเจตนาลวง ด้วยสมรู้กันระหว่างคู่กรณีที่จะไม่ผูกพันกันตามเจตนาที่แสดงออกมานั้น นิติกรรมอันแรกที่ปรากฏออกมานั้นย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 118 วรรคแรก ส่วนนิติกรรมอันหลังที่ถูกอำพรางไว้โดยนิติกรรมอันแรกนั้น ต้องบังคับตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยนิติกรรมอันหลังนี้ แต่ความสมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์ของนิติกรรมอันหลังนี้ก็ไม่ทำให้นิติกรรมอันแรกที่เป็นโมฆะไปตามมาตรา 118 วรรคแรกนั้น กลับสมบูรณ์ขึ้นมาได้แต่ประการใด เจตนาลวงที่แสดงออกมาด้วยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งย่อมตกเป็นโมฆะ ไม่ว่าจะมีนิติกรรมอีกอันหนึ่งถูกปกปิดไว้หรือไม่ก็ตาม เหตุนี้การนำสืบพยานตามข้ออ้างของโจทก์จึงเป็นการนำสืบทำลายข้อความในเอกสารว่าสัญญาที่ระบุในเอกสารนั้นไม่สมบูรณ์ตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคสอง ซึ่งไม่ห้าม การที่โจทก์จะนำสืบพยานบุคคลตามฟ้องโจทก์ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีมาโดยไม่สืบพยานของคู่ความนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาในประเด็นข้อนี้ใหม่ตามนัยที่ได้วินิจฉัยมาแล้ว ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1145/2508 สิบตำรวจตรีมาโนช อาภารัตน์ โจทก์ นายเกื้อ เติมประทีป จำเลย ป.พ.พ. ม. 118 ป.วิ.พ. ม. 24 , ม. 94 , ม. 177