ฎีกาที่ 772/2508
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การที่จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทซึ่งติด จำนอง ให้แก่ผู้รอง สิทธิ จำนอง ย่อมติดไปกับที่พิพาทด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702 จึงเป็นสิทธิของผู้ร้องจะไถ่ จำนอง ในฐานะผู้รับโอนที่พิพาทมาก็ได้ ถ้าหากผู้ร้องประสงค์จะไถ่ถอนแล้ว ก็จำต้องใช้เงินค่าไถ่ถอนเอง จะถือเอาการที่ต้องไถ่ จำนอง เองเป็นค่าตอบแทนการโอนหาได้ไม่ ข้อที่ว่าโจทก์ชอบทีจะฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการยกให้เสียก่อนนั้น เมื่อมิได้ยกขึ้นว่ากันมาตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลสูงก็ย่อมไม่หยิบยกขึ้นวินิจฉัยให้ส่วนที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเลยไปว่า แม้โจทก์จะมิได้ฟ้องขอให้เพิกถอนเสียก่อน ศาลก็มีอำนาจชึ้ขาดได้นั้น ไม่ทำให้เป็นประเด็นในปัญหาข้อกฎหมายชั้นอุทธรณ์ที่ผู้ร้องจะฎีกาต่อมาได้
ย่อยาว
คดีนี้ จำเลยแพ้คดีโจทก์ โจทก์นำยึดทรัพย์ที่ดินของผู้ร้องซึ่งรับโอนมาจากจำเลย โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของำเลยเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดโดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของผู้ร้องรับโอนจากจำเลย โดยผู้ร้องตกลงชำระหนี้ไถ่ถอน จำนอง ที่จำเลยนองสหกรณ์ไว้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การโอนที่พิพาทเป็นการยกให้โดยเสน่หา ข้อที่ผู้ร้องว่าช่วยชำระหนี้ จำนอง แทนจำเลยนั้น หาใช่ค่าตอบแทนไม่ จำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นนอกจากที่นาพิพาทแสดงว่าจำเลยโอนโดยไม่สุจริต ทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การโอนรายนี้มิได้มีค่าตอบแทน การที่จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทซึ่งติด จำนอง สหกรณ์ให้แก่ผู้ร้อง สิทธิ จำนอง ย่อมติดไปกับที่พิพาทด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702 จึงเป็นสิทธิของผู้ร้องจะไถ่ จำนอง ในฐานะเป็นเจ้าของผู้รับโอนที่พิพาทมาก็ได้ ถ้าหากผู้ร้องประสงค์จะไถ่ถอนแล้ว ก็จำต้องใช้เงินค่าไถ่ถอนเอง ผู้ร้องจะถือการที่ต้องไถ่ จำนอง เองเป็นค่าตอบแทนการโอนหาได้ไม่ กรณีเป็นเรื่องการยกให้โดยเสน่หาอยู่นั่นเอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 ถ้าหากกรณีเป็นการทำให้โดยเสน่หา เพียงแต่ลูกหนี้เป็นผู้รู้ฝ่ายเดียวเท่านั้นก็พอแล้วที่จะขอเพิกถอนได้ จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าผู้ร้องรู้หรือไม่ว่าการโอนจะทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาว่า โจทก์ชอบที่จะฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการยกให้เสียก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 ศาลฎีกาเห็นว่า ปัญหาข้อนี้มิได้ยกขึ้นว่ากันมาตั้งแต่ศาลชั้นต้น ส่วนที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไปว่า แม้โจทก์จะมิได้ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมเสียก่อน ศาลก็มีอำนาจชี้ขาดในชั้นนี้ได้นั้น ไม่ทำให้เป็นประเด็นในปัญาหข้อกฎหมายชั้นอุทธรณ์ที่ผู้ร้องจะฎีกาต่อมาได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 772/2508 นางทองพูน อันพวาหรือ กิมเง็ก แซ่ลิ้ม โจทก์ นายบัว จันทร์พวง จำเลย นางบัวเผื่อน จันทร์พวง ผ.ร. ป.พ.พ. ม. 237 , ม. 702 , ม. 736 ป.วิ.พ. ม. 225 , ม. 249