ฎีกาที่ 1493/2508
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เมื่อข้อเท็จจริงตามฟ้องคำให้การว่า++และโจทก์แถลงยังไม่ชัดแต่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลย จึงยังไม่มีข้อเท็จจริงที่จะวินิจฉัยว่าไม้สักที่จำเลยมีไว้ละใช้ตีพื้นตีฝา ไม้ลักษณะบานประตูหน้าต่างที่ยังไม่ติดอาคาร ไม้โครงเตียงที่ยังไม่ได้ประกอบเป็นเตียง เป็นไม้ที่อยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือเครื่องใช้หรือไม่ ก็จำต้องฟังข้อเท็จจริงต่อไป
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 มีไม้สักอันเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ในสภาพไม้แปรรูปในลักษณะไม้พื้นอาคารไม้พื้นหน้ามุข ไม้ฝาอาคาร ไม้ส่วนประกอบอาคาร ไม้บานประตูที่ยังไม่ได้ติดกับตัวอาคาร ไม้บานหน้าต่างที่ยังไม่ได้ติดกับตัวอาคาร ไม้โครงเตียงที่ยังไม่ได้ประกอบเป็นเตียง รวมเป็นไม้สักแปรรูปที่ยังไม่อยู่ในสภาพที่เป็นสิ่งปลูกสร้างหรือเครื่องใช้ และไม่เคยเป็นมาก่อน 9.90 เมตรลูกบาศก์ ไว้ในความครอบครอง โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เจ้าพนักงานตำรวจและป่าไม้พบการกระทำผิดของจำเลยกับพวกขณะทำการปลูกสร้างอาคาร จึงสั่งอายัดและออกคำสั่งห้ามมิให้จำเลยกับพวกตัดทอดต่อเติมปลูกสร้างอาคารดั่งกล่าว จำเลยกับพวกหาได้เชื่อฟังคำสั่ง กลับร่วมกันทำการขัดคำสั่งโดยตัดทอนหัวไม้ที่ยื่นออกไป ต่อเติมส่วนต่างๆ ของอาคาร โดยไม่มีเหตุอันสมควร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ฯลฯ และประกาศกระทรวงเกษตร ฯ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 368,83,84 จำเลยทั้งหมดให้การรับสารภาพในข้อหาขัดขืนคำสั่งจำเลยที่ จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธข้อหาฐานมีไม้แปรรูปผิดกฎหมาย ศาลสอบโจทก์ โจทก์แถลงว่าเป็นไม้พื้นอาคาร ไม้ฝาที่ตีแล้วแต่ยังไม่เรียบร้อย โดยทราบว่าจำเลยจะทำโรงแรม ศาลชั้นต้นเห็นว่าไม่จำต้องสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่าในข้อหาฐานขัดขืน คำสั่งเจ้าพนักงาน จำเลยทุกคนให้การรับสารภาพ พิพากษาว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 368,83,84 ปรับคนละ 200 บาท ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับคนละ 100 บาท ไม้สักของกลางไม่ริบ ในข้อหาฐานมีไม้แปรรูปผิดกฎหมายเห็นว่า ไม้ตามลักษณะที่โจทก์บรรยายหาใช่ไม้แปรรูปไม่ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อเท็จจริงตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องและแถลงยังไม่พอวินิจฉัยว่าไม้เหล่านั้นอยู่ในสภาพที่เป็นสิ่งปลูกสร้างหรืออยู่ในสภาพเป็นเครื่องใช้ตามกฎหมาย ยังจะต้องฟังข้อเท็จจริงต่อไปว่าจำเลยตีแล้วนั้น ตีไว้อย่างไร จำเลยทำไว้อย่างไรจึงว่าไม่เรียบร้อย ส่วนบานประตูหน้าต่างและโครงเตียงจำเลยก็ปฏิเสธอยู่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ในข้อหาว่ามีไม้แปรรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี นอกจากนี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ไม้สักตามที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 มีไว้ ไม่เป็นไม้แปรรูปตามกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงตามฟ้อง คำให้การจำเลยและโจทก์แถลงยังไม่ปรากฏชัดว่าไม้สักที่จำเลยมีไว้และใช้ตีพื้นตีฝานั้นเป็นไม้ที่อยู่ในความหมายของพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 4(4) เพราะจำเลยให้การปฏิเสธลอยๆ มิได้กล่าวถึงการทำโรงแรมเลย การทำโรงแรมอาจทำจริงหรืออาจทำเพียงเป็นพิธีเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย ซึ่งอาจตรงกับที่โจทก์แถลงว่ายังไม่เรียบร้อยก็ได้ กรณีนี้จึงยังไม่มีข้อเท็จจริงที่จะวินิจฉัยว่าไม้เหล่านี้อยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือไม่ ไม้ลักษณะบานประตูหน้าต่างที่ยังไม่ได้ติดอาคาร และไม้โครงเตียงที่ยังไม่ได้ประกอบเป็นเตียง เป็นไม้ที่อยู่ในสภาพสิ่งปลูกสร้างหรืออยู่ในสภาพเป็นเครื่องใช้ ก็ยังไม่มีข้อเท็จจริงอีก จำต้องฟังข้อเท็จจริงต่อไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1493/2508 อัยการประจำศาลจังหวัดแม่สะเรียง โจทก์ นายสมบัติ ชูวัฒนกุล กับพวก รวม 7 คน จำเลย พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 ม. 4 (4)