ฎีกาที่ 992-993/2508
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ในคดี บุกรุก ในทางอาญา ซึ่งมิได้พิพาทกันในเรื่องสิทธิในที่พิพาทโดยตรง และในที่สุดศาลเห็นว่าเป็นเรื่องเถียงสิทธิที่พิพาทในทางแพ่งขาดเจตนา บุกรุก ลงโทษไม่ได้ เช่นนี้ จึงนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 46 มาใช้บังคับในคดีแพ่งซึ่งต่อมาได้มีการฟ้องร้องกันเกี่ยวกับสิทธิในที่พิพาทนั้น ย่อมไม่ได้.
ย่อยาว
คดีสองสำนวนนี้ศาลพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยเรียกนางลายเป็นโจทก์นายสีเป็นจำเลยที่ 1 คดีแรก โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 บุกรุก เข้าไปไถที่นาของโจทก์ โดยจำเลยที่ 1 จ้างหรือใช้หรือวานให้ทำ โจทก์แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน อัยการฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงวันที่ 5 ว่า บุกรุก ในทางอาญาแต่ศาลเห็นว่าไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้องโจทก์จึงฟ้องคดีนี้ขอให้พิพากษาว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่นา ให้ขับไล่จำเลย กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ก่อนยื่นคำให้การ โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ให้การว่า จำเลยที่ 5 เข้าไปไถนาพิพาทโดยเข้าใจว่าเป็นนาของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 3 ที่ 4 ไม่ได้ บุกรุก เข้าไปไถนาพิพาท ในวันชี้สองสถาน จำเลยที่ 1 ร้องสอดขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลอนุญาต คดีหลัง จำเลยที่ 1 กลับเป็นโจทก์ฟ้องนางลายเป็นจำเลยว่า โจทก์ยืมเงินนายวงษ์สามีจำเลย โจทกืมอบนาให้จำเลยกัยสามีทำต่างดอกเบี้ย โจทก์นำเงินไปชำระหนี้ให้จำเลยแล้วขอนาคืน จำเลยไม่ยอม ขอให้บังคับจำเลยรับเงินแล้วคืนที่พิพาทให้โจทก์ จำเลยให้การว่า เมื่อ 13 ปีมานี้ โจทก์มาเอาเงินกับสิ่งของอื่นรวม 1,000 บาทได้มอบที่พิพาทให้นายวงษ์สามีจำเลย นายวงษ์กับจำเลยได้ครอบครองต่อมา ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้อง ให้โจทก์รับเงินค่าไถ่ แล้วคืนที่พิพาทให้จำเลยที่ 1 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้ขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทและใช้ค่าเสียหาย จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีมีเหตุผลน่าเชื่อว่า จำเลยที่ 1 ได้สละนาพิพาทด้วยการมอบให้เป็นสิทธิแก่นายวงษ์กับโจทก์โดยเด็ดขาดเพื่อการชำระหนี้ ไม่ใช่เพื่อให้ทำกินต่างดอกเบี้ยนายวงษ์กับโจทก์จึงได้สิทธิการครอบครองอย่างเป็นเจ้าของ ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 998/2506 ของศาลจังหวัดศรีสะเกษฟังว่า นาพิพาทเป็นของนายวันบิดาจำเลยที่ 1 มอบให้โจทก์ทำกินต่างดอกเบี้ย ฉะนั้น คดีนี้ศาลจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามคดีอาญานั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ในคดีอาญาดังกล่าวแล้วเป็นปัญหาเรื่อง บุกรุก ในทางอาญา มิได้พิพาทกันในเรื่องสิทธิในนาพิพาทโดยตรงและในที่สุดศาลเห็นว่าเป็นเรื่องเถียงสิทธินาพิพาทในทางแพ่ง ขาดเจตนาลงโทษไม่ได้ ฉะนั้นจึงนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 มาใช้บังคับในคดีนี้ไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ชนะคดีชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992 - 993/2508 นางลาย เรืองศรี โจทก์ นายสี ถาวร กับพวก รวม 5 คน จำเลย นายสี ถาวร โจทก์ นางลาย เรืองศรี จำเลย ป.วิ.อ. ม. 46