ฎีกาที่ 925/2508
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การที่ผู้ร้องสอด ร้องสอดเข้ามาในคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1)(2) นั้นมิได้หมายความว่า ศาลต้องอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความได้ทุกกรณีไป ศาลย่อมมีอำนาจพิจารณาว่ามีเหตุสมควรอนุญาตหรือไม่ แล้วแต่คำร้องนั้นมีเหตุสมควรเพียงใด
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องคดีอาญา โดยมีคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องอยู่ด้วย อ้างว่าโจทก์ครอบครองที่ดินซึ่งโจทก์ได้มาโดยบิดายกให้ และแจ้ง ส.ค.1 แล้วจำเลยได้ บุกรุก เข้าไปในที่ดินและตัดฟันต้นไม้และลักผลมะพร้าวไปขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 334, 358, 362 ให้ใช้ค่าเสียหาย 7,400 บาท ห้ามจำเลยและบริวารอย่าให้เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ต่อไป ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วประทับฟ้อง จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นที่ราชพัสดุของหลวง จำเลยเช่าจากเจ้าหน้าที่และล้อมรั้วและถมที่เพื่อสร้างอาคาร จึงสั่งให้คนงานตัดฟันต้นมะพร้าวและรื้อรั้วตามความจำเป็น โดยเชื่อว่าเป็นที่ของราชพัสดุ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์นัดหนึ่งแล้ว กระทรวงการคลังจึงยื่นคำร้องว่าที่พิพาทเป็นที่ราชพัสดุอยู่ในความดูแลของผู้ร้องเจ้าหน้าที่ได้ให้จำเลยที่ 1 เช่า โจทก์เป็นฝ่าย บุกรุก เข้าครอบครอง เพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองและบังคับตามสิทธิของผู้ร้อง จึงร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความต่อสู้คดีกับโจทก์ในส่วนแพ่งขอให้ศาลยกฟ้องโจทก์ ห้ามโจทก์และบริวารเกี่ยวข้องในที่พิพาท ศาลชั้นต้นให้ยกคำร้อง ผู้ร้องสอดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57(1) หรือ (2) ก็ตามไม่หมายความว่าศาลต้องอนุญาตให้เข้ามาเป็นคู่ความได้เสมอทุกกรณีศาลย่อมมีอำนาจพิจารณาว่า ตามคำร้องมีเหตุสมควรหรือไม่ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นอกจากอุทธรณ์ของผู้ร้องมิได้แสดงเหตุอันสมควรประการใดแล้ว คดีนี้ได้สืบพยานโจทก์หลายคนเสร็จไปนัดหนึ่งแล้ว จึงมีแต่เหตุไม่สมควรจะให้ผู้ใดร้องสอดเข้ามาทำความยุ่งยากสับสนแก่การพิจารณาคดีอาญา ซึ่งควรดำเนินให้เสร็จไปโดยไม่ชักช้า พิพากษายืน ผู้ร้องสอดฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57 บัญญัติว่า "บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความ อาจเข้ามาเป็นคู่ความได้ด้วยการร้องสอด" นั้น คำว่าอาจเข้ามาเป็นคู่ความได้มีความหมายเป็นการให้อำนาจศาลที่จะพิจารณาเสียก่อนว่าจะสมควรอนุญาตให้เข้ามาเป็นคู่ความก็ได้ หรือไม่อนุญาตก็ได้ แล้วแต่ว่าคำร้องนั้นมีเหตุอันสมควรหรือไม่ ไม่เป็นการบังคับให้ศาลจำต้องอนุญาตให้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความได้เสมอไปทุกกรณี ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 925/2508 นางทองกี วรรณจิตร ที่ 1 นางทองแดง แซ่เล้า ที่ 2 โจทก์ นายผดุง ชัยวัฒนา ที่ 1 นางทองสุข ชัยวัฒนา ที่ 2 จำเลย ผู้ร้องสอด จำเลย กระทรวงการคลัง โดยนายสุนทร หงส์ลดารมภ์ จำเลย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จำเลย ป.วิ.พ. ม. 57 (1) (2) ป.วิ.อ. ม. 41