ฎีกาที่ 1094/2507
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พุทธศักราช 2485 มาตรา 4
พ.ศ. 2485 · ตรงจากแหล่ง
ให้รัฐบาลมีอำนาจจัดตั้งนิคมในลักษณะและรูปใด ๆ เพื่อให้ประชาชนได้มีที่ตั้งเคหสถาน ประกอบการอาชีพเป็นหลักแหล่ง ในเขตที่ดินที่ได้หวงห้ามไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้าง ว่างเ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พุทธศักราช 2485 มาตรา 6
พ.ศ. 2485 · ตรงจากแหล่ง
เมื่อจะจัดตั้งนิคมในลักษณะและรูปใดตามความในมาตรา 4 ให้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา ในพระราชกฤษฎีกานั้นให้ระบุข้อความดังต่อไปนี้ เท่าที่จำเป็นแก่การนั้น (ก) เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ (ข) หลักเก...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พุทธศักราช 2485 มาตรา 11
พ.ศ. 2485 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดเข้าครอบครอง ทำประโยชน์ ในที่ดินในนิคม แต่ไม่ปฏิบัติตามความในพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้ เจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นออกไปจากนิคมนั้นได้ ถ้าผู้นั้นยังขัดคำสั่ง...
ย่อสั้น
คดีอาญาที่ฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนข้อเท็จจริงศาลฎีกาต้องถือตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมานั้น ถ้าข้อเท็จจริงเท่าที่ศาลอุทธรณ์ฟังมายังไม่พอ ศาลฎีกาหยิบยกข้อเท็จจริงอย่างอื่นขึ้นพิจารณาประกอบด้วยได้ ตามพระราชบัญญัติจัด ที่ดิน เพื่อการครองชีพ พ.ศ.2485 มาตรา4 แสดงว่า ที่ดิน ซึ่งรัฐบาลจะจัดตั้งนิคมสร้างตนเองได้นั้น พึงเป็น ที่ดิน รกร้างว่างเปล่ายังไม่มีผู้ใดเข้ายึดถือครอบครองทำกินอยู่ก่อน ฉะนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดิน 25 ไร่นี้ จำเลย(ซึ่งเป็นสมาชิกของนิคม) ได้ครอบครองทำประโยชน์มาก่อน ทางราชการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองในจังหวัดลพบุรี และ ที่ดิน รายนี้ไม่ใช่ ที่ดิน รกร้างว่างเปล่าเสียแล้วในขณะพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเองในจังหวัดลพบุรีและจังหวัดสระบุรี พ.ศ.2485 ออกตามอำนาจในพระราชบัญญัติจัด ที่ดิน เพื่อการครองชีพพ.ศ.2485 ใช้บังคับ (ดังนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 974/2505)เช่นนี้จะนำกฎหมายหรือข้อบังคับว่าด้วยการเข้าอยู่ใน ที่ดิน จัดสรรของนิคมฯมาใช้บังคับไม่ได้ คำสั่งที่ผู้ปกครองนิคมฯออกประกาศถอนสิทธิให้จำเลยออกไปจาก ที่ดิน ไม่มีผลแก่จำเลยโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้จำเลยจะฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามประกาศคำสั่งนั้น ก็จะเอาผิดแก่จำเลยตามบทกฎหมายที่โจทก์อ้างหาได้ไม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับอนุญาตจากทางราชการให้เข้าทำกินและเป็นสมาชิกนิคมสร้างตนเองลพบุรี เนื้อที่ 25 ไร่ ครั้นวันที่ 11 กรกฎาคม 2505 ผู้ปกครองนิคมเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจได้ออกหนังสือประกาศถอนสิทธิของจำเลยออกจากการเป็นสมาชิกและให้ถอนตัวออกไปจากนิคมภายใน 60 วันเนื่องจากจำเลยฝ่าฝืนข้อบังคับของนิคมโดยโอนสิทธิครอบครอง ที่ดิน ให้คนอื่นก่อนได้รับกรรมสิทธิ์ใน ที่ดิน โดยสมบูรณ์ และเปลี่ยนมือให้ผู้อื่นทำประโยชน์ จำเลยทราบคำสั่งแล้ว บังอาจไม่ยอมถอนตัวออกไป อันเป็นการขัดคำสั่งของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจัด ที่ดิน เพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2485 มาตรา 11 พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเองในจังหวัดลพบุรี และจังหวัดสระบุรี พ.ศ. 2485 มาตรา 11 ข้อบังคับนิคมสร้างตนเอง ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2486 ข้อ 4, 5(2)(4)(13)ข้อ 6(8) ข้อ 11(1) ข้อ 13(1)(3) จำเลยให้การว่า ประมาณ 20 ปีแล้ว จำเลยได้จับจอง ที่ดิน 25 ไร่หักร้างถางป่าตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยและประกอบอาชีพกสิกรรมจนเป็นที่เตียนทั้งหมด ได้ปลูกโรงเก็บสินค้า โรงปศุสัตว์และโรงคนงานเมื่อ พ.ศ. 2495 จำเลยเข้าเป็นสมาชิกนิคม ทางนิคมให้จำเลยครอบครองทำประโยชน์ ที่ดิน ดังกล่าว ได้ปลูกสร้างเพิ่มเติมจนกลายเป็นตลาดการค้าชื่อ "ตลาดลำนารายน์"ต่อมาทางอำเภอไชยบาดาลให้รื้อสิ่งปลูกสร้าง มิฉะนั้นต้องเช่า ที่ดิน ต่ออำเภอ จำเลยไม่ยอมผู้ปกครองนิคมจึงได้ออกประกาศถอนสิทธิของจำเลยให้ถอนตัวออกจาก ที่ดิน จำเลยไม่เคยฝ่าฝืนข้อบังคับของนิคม และไม่ได้รับคำสั่งของผู้ปกครองนิคม ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยครอบครอง ที่ดิน มา 20 ปีแล้ว ได้ใช้ ที่ดิน ปลูกสร้างห้องแถวและตลาด แต่ไม่เต็ม 25 ไร่ จำเลยเป็นสมาชิกของนิคม ต่อมาจำเลยขาย ที่ดิน บางส่วนให้ผู้อื่นฝ่าฝืนข้อบังคับจำเลยทราบคำสั่งของผู้ปกครองนิคมแล้ว ไม่ยอมถอนตัวออกไปในกำหนดพิพากษาว่า จำเลยผิดตามพระราชบัญญัติจัด ที่ดิน เพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2485 มาตรา 11 พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเองในจังหวัดลพบุรีและจังหวัดสระบุรี พ.ศ. 2485 มาตรา 11 จำคุก 2 เดือน ปรับ 500 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษ 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยยอมให้ผู้อื่นหาผลประโยชน์ใน ที่ดิน โดยไม่ได้รับอนุญาตฝ่าฝืนข้อบังคับ ข้อ 13(3) พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้จำเลยฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายส่วนข้อเท็จจริงศาลฎีกาต้องถือตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมา แต่ศาลอุทธรณ์ฟังมาเพียงว่า จำเลยเป็นสมาชิกของนิคมฯ จำเลยได้ปฏิบัติการฝ่าฝืนข้อบังคับของนิคมฯ โดยการยอมให้คนอื่นเข้ามาทำการหาประโยชน์ใน ที่ดิน นั้นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองนิคมก่อน ผิดต่อข้อบังคับของนิคมฯ ข้อ 13(3) และเจ้าหน้าที่ได้สั่งให้จำเลยออกจากนิคมแล้วจำเลยขัดคำสั่งไม่ยอมออกไป ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงเท่าที่ศาลอุทธรณ์ฟังมานี้ยังไม่พอ ศาลฎีกาจึงหยิบยกข้อเท็จจริงอย่างอื่นขึ้นพิจารณาประกอบด้วย เพราะคดีนี้เป็นคดีอาญาและจำเลยให้การต่อสู้ไว้มีปัญหาที่จะพึงวินิจฉัยในเบื้องต้นว่า ที่ดิน รายพิพาทนี้เป็น ที่ดิน ซึ่งนิคมฯ จัดสรรให้แก่จำเลยเข้าอยู่ในฐานะเป็นสมาชิกหรือ ที่ดิน ซึ่งจำเลยครอบครองทำประโยชน์มาก่อนการจัดตั้งนิคมฯ เมื่อ พ.ศ. 2485 พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเองในจังหวัดลพบุรีและจังหวัดสระบุรี พ.ศ. 2485 นี้ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6แห่งพระราชบัญญัติจัด ที่ดิน เพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2485 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะจัดตั้งนิคมนี้ ตามมาตรา 4 มีว่า "ให้รัฐบาลมีอำนาจจัดตั้งนิคมในลักษณะและรูปใด ๆ เพื่อให้ประชาชนได้มี ที่ดิน เคหสถานประกอบการอาชีพเป็นหลักแหล่งในเขต ที่ดิน ที่ได้หวงห้ามไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการหวงห้าม ที่ดิน รกร้างว่างเปล่าจัดเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน" ดังนี้แสดงว่า ที่ดิน ซึ่งรัฐบาลจะจัดตั้งนิคมฯ ได้นั้น พึงเป็น ที่ดิน รกร้างว่างเปล่ายังไม่มีผู้ใดเข้ายึดถือครอบครองทำกินอยู่ก่อน จำเลยนำสืบฟังได้ว่า ที่ดิน แห่งนี้พัฒนาเป็นลำดับมาจนกลายเป็นทำเลย่านตลาดการค้า เรียกว่าตลาดลำนารายน์ ในอำเภอไชยบาดาลไปแล้ว การที่จำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ปกครองนิคม ก็โดยจำเลยถือว่า ที่รายนี้เป็นของจำเลยจับจองครอบครองมา หาใช่จำเลยเข้ามาอยู่โดยอาศัยสิทธิในฐานะสมาชิกเมื่อกรมประชาสงเคราะห์จัดตั้งนิคมฯ ขึ้นไม่ การที่จำเลยเข้าเป็นสมาชิกของนิคมสร้างตนเองเป็นเพราะเหตุใดก็ตามทีย่อมไม่ลบล้างความจริงที่ว่าจำเลยใช้สิทธิเข้าครอบครองทำกินในที่รายนี้มาก่อนนั้นได้ จำเลยเชื่อโดยสุจริตใจว่าที่นั้นเป็นของจำเลยถือสิทธิครอบครองมาโดยชอบแต่ดั้งเดิม หาใช่ได้รับส่วนแบ่งในฐานะเป็นสมาชิกของนิคมฯ ใน พ.ศ. 2485 ไม่ ที่จำเลยอนุญาตให้เอกชนและบริษัทเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่รายนี้บางส่วนก็โดยจำเลยถือว่าเป็น ที่ดิน ของจำเลย ซึ่งจำเลยมีอำนาจจะจัดการแก่ทรัพย์สินของตนได้โดยชอบนั่นเอง จึงเป็นอันฟังได้ว่า ที่ดิน 25 ไร่นี้ จำเลยได้เข้าครอบครองทำประโยชน์มาก่อนทางราชการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองในจังหวัดลพบุรี และ ที่ดิน รายนี้ไม่ใช่ที่รกร้างว่างเปล่าเสียแล้วในขณะที่พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเองในจังหวัดลพบุรีและจังหวัดสระบุรี พ.ศ. 2485 อันออกตามอำนาจในพระราชบัญญัติจัด ที่ดิน เพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2485 ออกใช้บังคับตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 974/2505 เช่นนี้จะนำกฎหมายหรือข้อบังคับว่าด้วยการเข้าอยู่ใน ที่ดิน จัดสรรนิคมสร้างตนเองมาใช้บังคับไม่ได้ คำสั่งที่ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองออกประกาศถอนสิทธิให้จำเลยออกไปจาก ที่ดิน ไม่มีผลแก่จำเลยโดยชอบด้วยกฎหมาย ฉะนั้นแม้จำเลยจะฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามประกาศคำสั่งนั้น ก็จะเอาผิดแก่จำเลยตามบทกฎหมายที่โจทก์อ้างหาได้ไม่ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1094/2507 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ นายเฉื่อย คำทองแท้ จำเลย ป.วิ.อ. ม. 218 , ม. 222 พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2485 ม. 4 , ม. 6 , ม. 11 พ.ร.ฎ.จัดตั้งนิคมสร้างตนเองในจังหวัดลพบุรีและจังหวัดสระบุรี พ.ศ.2485 ม. 11