ฎีกาที่ 1087/2507
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เมื่อจำเลยให้การรับว่า ได้ทำหนังสือสัญญากู้เงินให้โจทก์ไว้จริง จำเลยจะขอนำสืบตามข้อต่อสู้ว่าหนังสือสัญญากู้นั้นทำขึ้นแทนหนังสือวางเงินมัดจำในการที่จำเลยขาย ที่ดิน ให้โจทก์ไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 จำเลยฎีกาอ้างว่า จำเลยมีสิทธินำสืบได้ว่า ได้มีการโอน ที่ดิน ใช้หนี้เงินกู้ให้แก่โจทก์ อันเป็นการชำระหนี้อย่างอื่นแทนเงินกู้ให้แก่โจทก์แล้ว แต่ในคำให้การของจำเลยมิได้กล่าวตั้งเป็นประเด็นข้อนี้ไว้โดยชัดแจ้งก็ไม่มีประเด็นที่จำเลยจะนำสืบในข้อนี้ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทก์ 2,000 บาทยอมให้ดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 บาทต่อเดือน กำหนดชำระต้นเงิน 29 มกราคม 2505 ถึงกำหนดชำระแล้วจำเลยขอผัดตลอดมา ขอให้ศาลบังคับใช้ต้นเงินและดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า เมื่อปลายปี พ.ศ. 2503 โจทก์ขอซื้อ ที่ดิน จากจำเลยเป็นเงิน 1,500 บาท ก่อนไปโอนขายที่อำเภอ โจทก์ขอให้จำเลยทำหนังสือสำคัญไว้ แต่ไม่มีใครทำหนังสือมัดจำเป็น จึงได้ทำเป็นหนังสือกู้ยืมเงินว่า จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ไป 1,500 บาท ต่อมาโจทก์ยังได้ซื้อ ที่ดิน จากจำเลยเพิ่มอีก โดยเพิ่มเงินอีก 500 บาท ได้ทำสัญญากู้ขึ้นใหม่อีกฉบับหนึ่ง รวมเป็น 2,000 บาท จำเลยขอสัญญาฉบับเดิมคืน โจทก์บ่ายเบี่ยงต่าง ๆ นานา ครั้นเดือนมกราคม 2505 จำเลยได้โอนขาย ที่ดิน ดังกล่าวให้โจทก์ตามที่ตกลงกันโดยไม่มีการชำระเงินอีก แต่จำเลยขอสัญญากู้ 2 ฉบับมาทำลาย โจทก์กลับว่าสัญญาสูญหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า ตามคำให้การจำเลยไม่มีประเด็นที่จะนำสืบสั่งงดสืบพยานแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏในคำให้การของจำเลยเองก็รับตามฟ้องอยู่แล้วว่าจำเลยได้ทำหนังสือสัญญากู้เงิน 2,000 บาทให้โจทก์ไว้จริงจำเลยจะนำสืบการใช้เงินได้ก็ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดง หรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นได้เวนคืนแล้ว หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสอง ตามคำให้การของจำเลยมิได้อ้างว่าสัญญากู้นั้นเป็นเอกสารปลอมหรือไม่ถูกต้องทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือสัญญาหนี้ที่ระบุไว้ในเอกสารนั้นไม่สมบูรณ์ อันจะเข้าข้อยกเว้นนำสืบพยานบุคคลได้ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 ข้อที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยมีสิทธินำสืบได้ว่าได้มีการโอน ที่ดิน ใช้หนี้เงินกู้ให้แก่โจทก์ อันเป็นการชำระหนี้อย่างอื่นแทนเงินให้แก่โจทก์แล้วนั้น ในคำให้การของจำเลยก็ได้กล่าวตั้งเป็นประเด็นข้อนี้ไว้โดยชัดแจ้ง จึงไม่มีประเด็นที่จำเลยจะนำสืบในข้อนี้ได้ ตามคำให้การของจำเลยทำนองที่ว่าเอกสารกู้ฉบับนี้ทำขึ้นแทนหนังสือวางมัดจำในการที่จำเลยขาย ที่ดิน ให้โจทก์นั้น จำเลยก็ไม่มีสิทธิจะนำสืบตามข้อต่อสู้นี้ได้เพราะเป็นการนำสืบที่ต้องห้ามตามมาตรา 94 แห่งบทกฎหมายที่กล่าวมาแล้วนั้นอีกของฎีกาที่ 288/2503) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1087/2507 นายแสง จันสุกศรี โจทก์ นายอั้น ทองพูล จำเลย ป.วิ.พ. ม. 84 , ม. 94 , ม. 177 วรรคสอง ป.พ.พ. ม. 321 , ม. 653 วรรคสอง