ฎีกาที่ 1090/2507
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยโดยมิได้รับอนุญาต ได้เป็นตัวแทนของบริษัทนครหลวงสงเคราะห์เศรษฐกิจ จำกัด โฆษณาชักจูงประชาชนให้เข้าเป็นสมาชิกวิวาหสงเคราห์และฌาปนกิจสงเคราะห์ของบริษัทดังกล่าว ได้สมาชิกวิวาทสงเคราะห์ 7 คน โดยสมาชิกแต่ละคนต้องชำระเงินเมื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกให้แก่บริษัทผ่านจำเลยเป็นรายงวด งวดละ 12 เดือนคนละ 305 บาท งวด 6 เดือน คนละ165 บาท งวด 3 เดือนคนละ 85 บาทและต้องส่งครบ 7 ปีผลประโยชน์ที่สมาชิกได้รับ คือผู้มีอายุการเป็นสมาชิ 18 เดือนถึง 3 ปี แล้วทำการสมรส บริษัทจะจ่ายเงินสงเคราะห์ให้ 5,000 บาท ถ้าตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปได้ 7,500 บาท กับได้สมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ 2 คน โดยสมาชิกแต่ละคนต้องชำระเงินเมื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกให้แก่บริษัทโดยผ่านจำเลยเป็นรายงวดๆ ละ 6 เดือนต่อครั้ง คนละ 165 บาท เมื่อส่งรวม 8 ครั้งแล้ว ไม่ต้องส่งอีก ผลประโยชน์ที่สมาชิกได้รับ คือ เมื่อผู้ที่มีอายุการเป็นสมาชิก 1 ถึง 3 ปี ถึงแก่กรรม บริษัทจะจ่ายเงินให้แก่ทายาท 10,000 บาท โดยคำนวณจากสมาชิก 5,000 คน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยและผาสุกแห่งสาธารณชน พ.ศ.2471 มาตรา 7,8 และฉบับที่ 3 พ.ศ.2489 มาตรา 3 จำเลยให้การว่า จำเลยในฐานะตัวแทนได้รับบุคคลผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกได้ตามจำนวนในฟ้อง โดยจำเลยสำคัญผิดว่าบริษัทได้รับอนุญาต หากการประกอบกิจการเป็นผิดจำเลยในฐานะตัวแทนก็ยังไม่ควรผิด และกิจการไม่คล้ายคลึงกับการประกันภัย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามฟ้อง ปรับ 1,500 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เฉพาะกิจการที่เกี่ยวกับวิวาหสงเคราะห์ไม่มีสภาพคล้ายคลึงการประกันชีวิต พิพากษาแก้ ปรับ 1,000 บาท โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน พ.ศ.2471 มาตรา 7 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน(ฉบับที่ 3)พ.ศ.2489 มาตรา 3 นั้น มุ่งประสงค์จะลงโทษผู้ประกอบการประกันภัยโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะตัว ผู้กระทำผิดจะต้องเป็นผู้ประกอบกิจการประกันภัยเอง ผู้กระทำการเพียงเป็นตัวแทนหรือนายหน้าไม่มีความผิด การประกอบกิจการประกันภัยนั้นจะสำเร็จลงได้ต้องประกอบด้วยคู่ สัญญา สองฝ่าย คือผู้รับประกันภัยและผู้เอาประกันภัยเข้าทำ สัญญา กัน เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยมิใช่ตัวผู้กระทำการเป็นคู่สัญญที่จะต้องเงินผลประโยชน์ให้เปนผู้เอาประกันภัยหรือทายาทอันจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ประกอบกิจการฯลฯ ตามความในมาตรา 7 จำเลยเป็นแต่เพียงตัวแทนหรือนายหน้าหาลูกค้าเท่านั้น ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่จึงมีมติว่า โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษตามบทกฎหมายที่โจทก์อ้างหาได้ไม่ และไม่ต้องวินิจฉัยว่า กิจการวิวาหสงเคราะห์มีสภาพคล้ายคลึงกับการประกันภัยหรือไม่ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ทุกข้อหา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2507 อัยการประจำศาลจังหวัดไชยา โจทก์ นายวิทยา ศรีสวัสดิ์ ล.