ฎีกาที่ 1078/2507
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้มีสิทธิผูกขาดการค้าเครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ตามกฎหมาย แต่ได้ทำ สัญญา อนุญาตหรือมอบให้ผู้อื่นสั่งเครื่องรับวิทยุโทรทัศน์เข้ามาจำหน่ายอีกต่อหนึ่งโดยเรียกเอาผลประโยชน์นั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องตัวการตั้งตัวแทน แต่เป็นการโอนอำนาจในการค้าดังกล่าวให้ผู้ที่ไม่มีอำนาจทำการค้าไปทำการค้าอันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติวิทยุฯลฯ มาตรา 8 และมาตรา 20 สัญญา นี้จึงมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 ฟ้องเรียกเงินตาม สัญญา ไม่ได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 28/2507)
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับสิทธิจากรัฐบาลให้ผูกขาดในการสั่งเครื่องรับโทรทัศน์จากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยแต่ผู้เดียว จำเลยได้รับอนุญาตจากโจทก์ให้สั่งเครื่องรับโทรทัศน์และส่วนแห่งเครื่องรับเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยโดยต้องเสียค่าตอบแทนให้โจทก์ร้อยละสิบของราคาเครื่องรับโทรทัศน์ จำเลยผิด สัญญา ขอให้ศาลบังคับจำเลยใช้เงิน 70,505.52 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยให้การปฏิเสธและว่า สัญญา เป็นโมฆะเพราะขัดต่อกฎหมายและความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ชำระหนี้แก่โจทก์เสร็จสิ้นแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาโดยที่ประชุมใหญ่แล้ว เห็นสมควรวินิจฉัยข้อต่อสู้ของจำเลยที่ว่า สัญญา ที่โจทก์ทำไว้กับจำเลยขัดต่อกฎหมาย มีวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยฯเป็นโมฆะหรือไม่เสียก่อน และเมื่อได้พิจารณาแล้วเห็นว่า พระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498 มาตรา 8 บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้ใดค้าเครื่องรับวิทยุโทรทัฅน์หรือส่วนใด ๆ แห่งเครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง เว้นแต่กระทรวงทบวงกรมหรือนิติบุคคลที่กำหนดในกฎกระทรวงและมาตรา 4 พระราชบัญญัตินี้ว่า พระราชบัญญัตินี้มิให้บังคับแก่(1)กรมประชาสัมพันธ์ (2)กรมไปรณียโทรเลข (3)กระทรวงกลาโหม (4)กระทรวงทบวงกรมอื่นใด และนิติบุคคลตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ได้มีกฎกระทรวงกำหนดให้บริษัทไทยโทรทัศน์โจทก์เป็นนิติบุคคลตามมาตรา 4(4) มีอำนาจทำการค้าเครื่องวิทยุโทรทัศน์ได้ มาตรา 20 ว่า ผู้ฝ่าฝืนมาตรา 8 มีความผิดปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือจำคุกไม่เกินสามปี หรือทั้งปรับทั้งจำ บริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด โจทก์มีอำนาจทำการค้าก็เพราะกฎหมายให้อำนาจไว้โดยเฉพาะ การที่โจทก์อนุญาตหรือมอบอำนาจให้จำเลยเป็ฯผู้กระทำการค้าแทนตนอีกต่อหนึ่งโดยตนเพียงแต่เรียกร้องเอาผลประโยขน์ซึ่งเรียกว่าเป็นค่าช่วยรายการส่งวิทยุโทรทัศน์นั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องตัวการตั้งตัวแทน แต่เป็นการโอนอำนาจในการค้าเครื่องโทรทัศน์ให้แก่จำเลย ผู้ที่ไม่มีอำนาจทำการค้าไปทำการค้าอันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติวิทยุฯลฯ มาตรา 8,20 นั่นเอง ฉะนั้น สัญญา ที่โจทก์ยอมให้จำเลยไปทำการค้าโทรทัศน์จึงเป็น สัญญา ที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยตาม สัญญา ไม่ได้ ไม่ต้องวินิจ ฉัยฎีกาข้ออื่นต่อไป พิพากษายืนในผลแห่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องฯ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2507 บริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด โดยนายรักษ์ศักดิ์ วัฒนพานิช ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ บริษัทกมลสุโกศล จำกัด ล. พ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498 ม. 4 , ม. 8 , ม. 20 ป.พ.พ. ม. 113 , ม. 797