ฎีกาที่ 288/2507
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ตรวจสอบว่าโรงเรือนใดจะต้องเสีย ภาษี เมื่อตรวจพบโรงเรือนที่จะต้องเสีย ภาษี แล้วละเว้นไม่รายงานต่อเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการเรียกเก็บ ภาษี และโดยทุจริตได้เรียกเอาทรัพย์เป็นค่าตอบแทนจากผู้มีหน้าที่ต้องเสีย ภาษี นั้น เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 154
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานเทศบาลนครกรุงเทพ ทำหน้าที่เป็นพนักงานตรวจสอบและเรียกเก็บ ภาษี โรงเรือนภายในเขตตำบลปทุมวันและลุมพินี เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2505 เวลากลางวัน จำเลยได้บังอาจละเว้นไม่ตรวจสอบและเรียกเก็บ ภาษี โรงเรือน บ้านเลขที่ 55/11 ซอยปลูกจิตร ตำบลลุมพินี อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร จากร้อยตรีมั่น สิริจรรยาเจ้าของบ้านโดยทุจริต และจำเลยบังอาจใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบข่มขืนใจร้อยตรีมั่น ศิริจรรยา ให้มอบเงิน 500 บาทแก่จำเลยในการที่จำเลยละเว้นไม่ตรวจสอบและเรียกเก็บ ภาษี โรงเรือนดังกล่าว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 149, 154 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยได้เรียกและรับเช็คเงิน 500 บาทไปจากผู้เสียหายจริง แต่จำเลยไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่หรือแสดงตนว่ามีตำแหน่งหน้าที่ตรวจสอบและเรียกเก็บ ภาษี เมื่อข้อเท็จจริงทางพิจารณาได้ความต่างกับฟ้อง จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ลงโทษจำคุกจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 154 มีกำหนด 5 ปี ริบเช็คเงิน 500 บาทของกลาง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานเทศบาล มีหน้าที่ตรวจสอบว่าในเขตตำบลนั้นมีบ้านเรือนหลังใดที่ต้องเสีย ภาษี โรงเรือนประเภทที่ให้เช่าหรือให้คนอื่นอยู่อาศัย ซึ่งไม่ว่าผู้อาศัยนั้นจะเป็นบุตรหรือบิดามารดาก็ต้องเสีย ภาษี เงินภ.ง.ด.2 เมื่อตรวจพบแล้วจำเลยมีหน้าที่แนะนำผู้ที่ต้องเสีย ภาษี ยื่นแบบประเมินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อไป เมื่อเจ้าพนักงานประเมินค่า ภาษี แล้ว จำเลยก็ทำใบแจ้งเก็บ ภาษี ไปให้ผู้ต้องเสีย ภาษี นั้น จำเลยไม่มีหน้าที่เรียกเก็บ ภาษี โรงเรือนเอง แต่ถ้าเมื่อจำเลยตรวจสอบพบว่าบ้านเรือนใดหลบหลีกแล้วไม่จัดการเพื่อให้มีการเรียกเก็บ ภาษี ก็ทำให้เทศบาลขาดประโยชน์รายได้ไป โรงเรือนเลขที่ 55/11 ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลลุมพินี ที่พึงต้องเสีย ภาษี โรงเรือนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2499 จำเลยรับราชการเป็นพนักงานเทศบาลมีหน้าที่ดังกล่าวแล้วมาตั้งแต่ พ.ศ. 2498 แต่จำเลยไม่เคยรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ดังนี้ แม้จะปรากฏว่าจำเลยเองไม่มีหน้าที่เรียกหรือเก็บ ภาษี อากรประเภทนี้ แต่จำเลยก็มีหน้าที่ตรวจสอบว่าโรงเรือนใดจะต้องเสีย ภาษี หรือไม่ ครั้นจำเลยตรวจพบว่าบ้านเลขที่ 55/11 ควรต้องเสีย ภาษี แต่จำเลยละเว้นไม่รายงานต่อเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการเรียกเก็บ ภาษี โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตเรียกเอาเงินค่าตอบแทนจากผู้มีหน้าที่จะต้องเสีย ภาษี การกระทำของจำเลยย่อมต้องด้วยบทบัญญัติของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 154 เพราะถึงหากจำเลยไม่มีหน้าที่เรียกหรือเก็บ ภาษี จำเลยก็ยังเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ตรวจสอบ ภาษี อากร เมื่อจำเลยละเว้นไม่กระทำการเพื่อให้ผู้มีหน้าที่เสีย ภาษี อากรนั้นต้องเสีย ภาษี โดยทุจริต เพราะเรียกเอาทรัพย์เป็นค่าตอบแทน จำเลยจึงพ้นผิดไปไม่ได้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 288/2507 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายประไพ ไชยเวช จำเลย ป.อ. ม. 154