ฎีกาที่ 1659/2506
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดกฎหมายต่างกรรมต่างวาระกันคือได้บังอาจ ลักทรัพย์ รวม 49 รายการ โดยลักไปครั้งละ 1 และ 2 รายการ จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง แล้วศาลสอบโจทก์ โจทก์แถลงว่าตามทางสอบสวนได้ความว่าจำเลยลักเอาทรัพย์รายนี้ไปรวม40 ครั้ง และศาลสอบจำเลยจำเลยก็รับว่าลักไปรวม 40 ครั้งจริง ดังนี้ศาลก็ลงโทษจำเลยทุกกรรมเรียงกระทงรวม 40 กระทงมิได้ เพราะฟ้องโจทก์มิได้บรรยายไว้ดังคำแถลงของโจทก์ และแม้คำฟ้องนี้จะมิได้ระบุให้ชัดเจนว่า จำเลย ลักทรัพย์ รายนี้รวมกี่ครั้ง ครั้งไหนกี่รายการ และครั้งไหนจำเลยลักอะไร แต่เมื่อจำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี มิได้หลงต่อสู้แล้ว ฟ้องโจทก์ก็มิใช่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกจ้างของเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้กระทำผิดกฎหมายต่างกรรมต่างวาระกัน คือ เมื่อระหว่างตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน2505 ถึง 24 ตุลาคม 2505 เวลากลางวันและกลางคืนจำเลยได้ลักปากกาหมึกซึม ดินสอ และนาฬิกา รวม 49 รายการ รวมราคา 20,050 บาท ซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาและรับผิดชอบของนายกะงี่นางดาวศิริ และเทศบาลนครเชียงใหม่ซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยไปในการ ลักทรัพย์ ดังกล่าวจำเลยลักไปครั้งละ 1 และ 2 รายการ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 91 และให้ใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นสอบโจทก์ว่า ตามฟ้องโจทก์ว่าจำเลยทำผิดต่างกรรมต่างวาระกันนั้น ตามทางสอบสวนได้ความว่า จำเลย ลักทรัพย์ ไปต่างกรรมต่างวาระกันสักกี่ครั้ง โจทก์แถลงว่าตามทางสอบสวนได้ความว่าจำเลย ลักทรัพย์ รายนี้ไปรวม 40 ครั้ง ศาลสอบจำเลย จำเลยแถลงรับว่า ลักทรัพย์ รายนี้ไปรวม 40 ครั้งจริง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 จำเลย ลักทรัพย์ รวม 40 ครั้ง ทุกครั้งเป็นความผิดมีโทษเสมอกัน ไม่มีกระทงโทษหนักที่สุดต้องระวางโทษทุกกระทงความผิดกระทงละ 6 เดือน รวม 40 กระทงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เป็นโทษจำคุก 20 ปี รับ ลดกึ่ง คงจำคุก 10 ปี กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยเรียงกระทงนั้นเป็นโทษหนักไป แม้โทษทั้ง 40 กระทงจะหนักเท่ากัน ศาลย่อมใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยกระทงเดียวได้พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยกระทงเดียวคงจำคุก 5 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 5 คงจำคุก 4 ปี โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 1. ที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเรียงกระทงลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นสอบถามโจทก์จำเลยและโจทก์จำเลยแถลงว่าจำเลย ลักทรัพย์ รายนี้ไปรวม 40 ครั้งนั้นเป็นการสอบถามนอกฟ้อง แม้จำเลยจะแถลงรับเช่นนั้น ก็ลงโทษจำเลยทุกกรรมเรียงกระทงรวม 40 กระทงมิได้ เพราะฟ้องมิได้บรรยายไว้ดังคำแถลงของโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยกระทงเดียวจึงชอบแล้ว 2. ที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องเคลือบคลุม โดยอ้างเหตุว่าโจทก์มิได้ระบุให้ชัดเจนว่าที่จำเลย ลักทรัพย์ 49 รายการ และลักไปครั้งละ 1และ 2 รายการนั้น รวมทั้งหมดกี่ครั้ง ครั้งไหนกี่รายการ และครั้งไหนลักอะไร นั้น เห็นว่าฟ้องของโจทก์เพียงแต่มิได้ระบุว่าจำเลย ลักทรัพย์ รายนี้ไปรวมกี่ครั้งเท่านั้น ซึ่งศาลฎีกาก็ได้วินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยแล้ว ทั้งจำเลยเข้าใจข้อกล่าวหาได้ดี และมิได้หลงต่อสู้ ฟ้องของโจทก์จึงมิใช่เป็นฟ้องเคลือบคลุม พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกสองปีหกเดือน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1659/2506 อัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นายโสภณ พลายสยาม จำเลย ป.อ. ม. 91 , ม. 335 ป.วิ.อ. ม. 158 , ม. 172 , ม. 176