ฎีกาที่ 1951/2506
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจในการให้กู้เงินด้วยการคิดดอกเบี้ยทบต้นเป็นรายเดือนเป็นปกติเสมอมา ทำสัญญาให้กู้ยืมเงินโดยตกลงคิดดอกเบี้ยทบต้นเมื่อผิดนัดเป็นรายเดือนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 655 วรรคสอง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้กู้จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ ค้ำประกัน ให้ร่วมกันรับผิดใช้ต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยทบต้นที่ค้างชำระกับดอกเบี้ยทบต้นต่อไปจนกว่าชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ต่อสู้ว่า ถูกหลอกลวงให้ลงชื่อในสัญญากู้และไม่ได้รับเงิน ทั้งโจทก์เรียกดอกเบี้ยทบต้นโดยฝ่าฝืนกฎหมายและไม่ใช่ประเพณีการค้า เป็นเรื่องกู้เงินธรรมดา สัญญากู้เป็นโมฆะ จำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่า สัญญากู้เป็นโมฆะ สัญญา ค้ำประกัน จึงไม่ผูกพันจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 133,588.85บาทแก่โจทก์ และให้เสียดอกเบี้ยทบต้นในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2503 ตลอดไปจนกว่าชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ผู้เดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ผู้เดียวฎีกา ดอกเบี้ยทบต้นเป็นรายเดือนในอัตราร้อยละ8 ต่อปี เป็นโมฆะ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ธนาคารโจทก์เป็นธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจในการให้กู้ยืมเงินด้วย และมีประเพณีการค้าในการให้กู้เงินด้วยการคิดดอกเบี้ยเป็นรายเดือนเป็นปกติเสมอมา รูปคดีเข้าอยู่ในบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 655 วรรคสอง ซึ่งเป็นข้อยกเว้นของวรรคต้น สัญญากู้ที่จำเลยที่ 1 ทำไว้กับธนาคารโจทก์ยอมให้คิดดอกเบี้ยทบต้นเมื่อผิดนัดเป็นรายเดือนจึงสมบูรณ์ใช้ได้ หาเป็นโมฆะไม่ จำเลยต้องชำระเงินดอกเบี้ยทบต้นเป็นรายเดือนให้โจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1951/2506 ธนาคารแห่งกรุงศรีอยุธยา จำกัด โดยนายบุญ บัวสุวรรณ โจทก์ กรรมการผู้จัดการ โจทก์ นายสว่าง คุณจักร์ ที่ 1 จำเลย บริษัทอุตสาหกรรมน้ำตาลแห่งประเทศไทย จำกัด ที่ 2 จำเลย พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505 ม. 4 , ม. 9 ป.พ.พ. ม. 655 วรรคสอง