ฎีกาที่ 1019-1021/2506
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 131
พ.ศ. 2484 · effective_date
ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ท่านใช้ให้มีหน้าที่จัดซื้อ หรือทำ หรือปกครองรักษาทรัพย์สิ่งใดใด ถ้ามันมิได้มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายแลมันยักยอกเอาทรัพย์สิ่งนั้น ๆ ไปเป็นของมันเสียก็ดี...
- รวมฉบับ
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 225
พ.ศ. 2478 · effective_date
ผู้ใดปลอมหนังสือสำคัญ โดยมันตั้งใจจะให้เป็นหนังสือชนิดเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ (1) เป็นหนังสือสำคัญในราชการ ก็ดี (2) เป็นหนังสือพินัยกรรม ก็ดี (3) เป็นใบสำคัญสัญญาอย่างใด อันบ...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 229
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน แต่มันปลอมหนังสือซึ่งอยู่ในหน้าที่ของมันเป็นผู้ทำตามตำแหน่ง ท่านว่ามันมีความผิด ต้องรวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปจนถึงสิบปี แลให้ปรับตั้งแต่สองร้อยบาทขึ้นไปจน...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 3
พ.ศ. 2502 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา 147 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา 147 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน...
ย่อสั้น
จำเลยปลอมหนังสือในหน้าที่ตน มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 229 มีอัตราโทษอย่างต่ำให้จำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ขณะกระทำผิด แต่เมื่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิด จึงต้องใช้มาตรา 161 แห่งประมวลกฎหมายอาญาเป็นบทลงโทษ และในบทความผิดที่จะใช้แก่จำเลยนี้ ไม่มีอัตราโทษจำคุกอย่างต่ำไว้ เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลก็ลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องฟังพยานโจทก์
ย่อยาว
คดีนี้ โจทก์ฟ้องจำเลยเป็น 3 สำนวน ศาลรวมพิจารณา ได้ความว่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยทุจริต ต่อหน้าที่ ยักยอก ทรัพย์และปลอมหนังสือระหว่างตั้งแต่ พ.ศ. 2490 ถึงปลาย พ.ศ. 2498 ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131, 225, 229 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) มาตรา 3 (ฉบับที่ 5) มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 161, 266 และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 3 ขอให้นับโทษต่อ และขอให้คืนหรือใช้เงิน 50,183.43 บาท จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง คู่ความต่างแถลงไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยทำผิดจริง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง แต่ให้วางโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131, 225 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 ซึ่งเป็นกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยและให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131 ซึ่งเป็นกระทงหนักกระทงเดียว ลดรับสารภาพกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 ให้นับโทษต่อและให้คืนหรือใช้เงิน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า ข้อหาตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 229พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 5)มาตรา 3 มีกำหนดโทษขั้นต่ำตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไปเมื่อโจทก์ไม่สืบพยานจะลงโทษจำเลยไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อหาว่าปลอมหนังสือในหน้าที่ของตนตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 229 ที่จำเลยฎีกานั้น เป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำผิด แตกต่างกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 ที่ใช้ในภายหลังโดยมีอัตราโทษแตกต่างกัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิด ฉะนั้น ในความผิดนี้จึงต้องใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 เป็นบทลงโทษ ในบทความผิดที่จะใช้แก่จำเลยนี้ไม่มีอัตราโทษจำคุกอย่างต่ำไว้ ส่วนพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญาที่จำเลยฎีกาก็กำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้เพียง 1 ปี เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องฟังพยานโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1019 - 1021/2506 อัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายเยื้อน ทัดดำ จำเลย ป.วิ.อ. ม. 176 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 229 ป.อ. ม. 3 , ม. 161