ฎีกาที่ 1112/2506
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
คดีก่อนศาลยกฟ้องเพราะทนายโจทก์ลงชื่อเป็นโจทก์โดยลำพังโดยไม่มีอำนาจทั้งข้อหาก็อยู่ในอำนาจศาลทหาร โดยไม่ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงแห่งคดี การยกฟ้องจึงหาใช่เพราะศาลได้พิจารณาถึงเนื้อหาในความผิดที่ได้ฟ้องไม่ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่ได้ ไม่เป็น ฟ้องซ้ำ อ้างฎีกาที่ 1301/2503 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยเห็นว่าเป็น ฟ้องซ้ำ ศาลอุทธรณ์ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยเห็นว่าไม่เป็น ฟ้องซ้ำ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาตามรูปคดี ดังนี้ จำเลยย่อมฎีกาว่าคดีเป็น ฟ้องซ้ำ ไม่ควรพิจารณาต่อไปได้
ย่อยาว
คดีนี้ ได้ความว่า คดีก่อนนางใช้ลั่นฟ้องจำเลย ทนายโจทก์คดีนั้นลงชื่อเป็นโจทก์โดยลำพังกับทั้งตั้งข้อหาว่า จำเลยทำร้ายร่างกายผู้เสียหายถึงบาดเจ็บสาหัส ศาลจึงพิพากษายกฟ้องเพราะเหตุที่ทนายไม่มีอำนาจลงชื่อเป็นโจทก์ ทั้งข้อหาก็อยู่ในอำนาจศาลทหารโดยไม่ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงแห่งคดี อัยการและโจทก์ร่วมมาฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 395, 358, 91 จำเลยต่อสู้ว่า ไม่ได้กระทำผิดและว่าเป็น ฟ้องซ้ำ ศาลชั้นต้นเห็นว่า เป็น ฟ้องซ้ำ ให้ยกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า สิทธินำคดีมาฟ้องของโจทก์ไม่ระงับยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ดำเนินการพิจารณาต่อไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่คดีก่อนถูกยกฟ้องไปหาใช่เพราะศาลได้พิจารณาถึงเนื้อหาในความผิดซึ่งได้ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดจริงหรือไม่คงเห็นเพียงว่าทนายโจทก์ไม่มีอำนาจลงชื่อเป็นโจทก์ และโจทก์ฟ้องคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหารไม่ได้เท่านั้น โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยในคดีใหม่นี้ได้ หาเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) เพราะ ฟ้องซ้ำ ไม่ ดังนัยฎีกาที่ 1301/2503 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2506 อัยการจังหวัดภูเก็ต โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นางใช้ลั่น แซ่หลิ่ม ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของ โจทก์ นายต่องฮวด แซ่อึ๋ง หรืออึ่ง หรือลิ่ม หรือวงอนุการณ์ ผู้เยาว์ โจทก์ นายแหม่ หรือแหม้ หรือแม คหปณะ หรือคาหาปะนะ จำเลย กับพวกรวม 4 คน จำเลย ป.วิ.อ. ม. 39 (4) , ม. 158 (7) , ม. 196 , ม. 225