ฎีกาที่ 1783/2505
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
พินัยกรรมแบบธรรมดา มีพยาน 4 คนลงลายมือชื่อไว้ท้ายลายพิมพ์นิ้วมือของเจ้า มรดก แต่ปรากฏว่าก่อนถึงลายเซ็นของพยานมีข้อความระบุไว้ด้วยว่าผู้ส่งพินัยกรรมได้ลงชื่อหรือพิมพ์นิ้วมือต่อหน้าข้าพเจ้าด้วย ดังนี้ ไม่จำเป็นจะต้องมีพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือโดยตรงต่างหากอีก เรื่องสติของผู้ทำพินัยกรรมดีหรือไม่ ย่อมเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องพิจารณาในเมื่อมีการโต้เถียงกัน ตามกฎหมายไม่ได้บังคับว่าพินัยกรรมจะต้องมีข้อความว่าพยานรับรองสติของผู้ทำพินัยกรรม ตามปกติการพิมพ์ลายนิ้วมือก็ควรจะมีลายนิ้วมือปรากฏอยู่ด้วย แต่ลายพิมพ์นิ้วมือของเจ้า มรดก ผู้ทำพินัยกรรมแม้จะไม่มีลายนิ้วมือเพราะเป็นโรคเรื้อน แต่เมื่อมีพยานลงลายมือชื่อรับรองถูกต้อง และข้อเท็จจริงก็ฟังได้ว่าเจ้า มรดก ได้พิมพ์ลายนิ้วมือไว้จริงแล้ว ลายพิมพ์นิ้วมือนั้นย่อมใช้ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอแบ่ง มรดก ของนายเฮง แซ่ผู่ กับนางเนี้ยว บิดามารดาของโจทก์จากจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภรรยาใหม่ของนายเฮง และจำเลยอื่นซึ่งเป็นบุตรเกิดแต่จำเลยที่ 1 จำเลยต่อสู้คดีอ้างเหตุหลายประการ รวมทั้งอ้างว่านายเฮงได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้จำเลยแล้วด้วย ชั้นพิจารณา คู่ความตกลงกันตั้งจำนวนเงิน 25,000 บาท เป็นข้อพิพาทแทนตัวทรัพย์ มรดก ถ้าโจทก์เป็นฝ่ายชนะ จำเลยต้องใช้เงินจำนวนนี้ให้ โดยโจทก์ไม่ติดใจเรียกร้องเอาทรัพย์สิ่งใดอีก ถ้าโจทก์แพ้ โจทก์จะไม่เกี่ยวข้องเรียกร้อง มรดก รายนี้ต่อไป คู่ความต่างสละข้อหาข้อต่อสู้ในเรื่องอื่น คงตกลงสืบกันเฉพาะข้อที่ว่าพินัยกรรมที่จำเลยยกขึ้นต่อสู้นั้นจะสมบูรณ์ใช้ได้ตามกฎหมายหรือไม่ ถ้าสมบูรณ์โจทก์ยอมแพ้ ถ้าไม่สมบูรณ์จำเลยยอมแพ้ ศาลชั้นต้นไม่เชื่อว่าพินัยกรรมรายนี้จะเป็นพินัยกรรมของเจ้า มรดก เท่ากับว่าพินัยกรรมไม่สมบูรณ์ ใช้ไม่ได้ พิพากษาให้จำเลยใช้เงินให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาในข้อกฎหมายมีปัญหาเกี่ยวกับลายพิมพ์นิ้วมือของเจ้า มรดก ผู้ทำพินัยกรรมด้วย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่โจทก์ฎีกาว่าลายพิมพ์นิ้วมือของเจ้า มรดก ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องมีพยานรับรองโดยตรงอย่างน้อย 2 คนต่างหากจากพยานรับรองการทำพินัยกรรมนั้น ปรากฏว่าก่อนถึงลายเซ็นชื่อพยาน 4 คนในพินัยกรรม มีข้อความระบุไว้ชัดแล้วว่าผู้สั่งพินัยกรรมได้ลงชื่อหรือพิมพ์นิ้วมือต่อหน้าข้าพเจ้าด้วยจึงไม่จำเป็นจะต้องมีพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือต่างหากอีก ข้อที่ว่า ข้อความนั้นไม่มีข้อความรับรองว่าเจ้า มรดก มีสติดีหรือไม่นั้น เรื่องสติดีหรือไม่ย่อมเป็นข้อเท็จจริงจะต้องพิจารณาในเมื่อมีการโต้เถียงกัน ตามกฎหมายหาได้บังคับว่าพินัยกรรมจะต้องมีข้อความว่าพยานรับรองถึงสติของผู้ทำพินัยกรรมไม่ ข้อที่ว่า พินัยกรรมที่พิมพ์นิ้วมือไม่มีลาย เป็นพินัยกรรมที่ไม่สมบูรณ์นั้น เห็นว่า ตามปกติการพิมพ์ลายนิ้วมือก็ควรจะมีลายนิ้วมือปรากฏอยู่ด้วย เพื่อประโยชน์แก่การตรวจพิสูจน์ว่าเป็นของผู้ใดแน่ อย่างไรก็ดี แม้พิมพ์ลายนิ้วมือของเจ้า มรดก คดีนี้จะไม่มีลายนิ้วมือเพราะเป็นโรคเรื้อน แต่ก็มีพยานรับรองถูกต้อง และข้อเท็จจริงก็ฟังได้ว่าเจ้า มรดก ได้พิมพ์ลายนิ้วมือไว้จริง จึงไม่มีเหตุใดที่จะถือว่าการพิมพ์ลายนิ้วมือนี้ใช้ไม่ได้การที่เจ้า มรดก ลงแกงไดโดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรอง ย่อมใช้ได้ฉันใด การพิมพ์ลายนิ้วมือที่ไม่ปรากฏลายนิ้วมือเพราะนิ้วไม่มีลายเช่นนี้ เมื่อปรากฏว่าเป็นพิมพ์นิ้วมือของผู้ใดจริงแล้ว ก็ย่อมใช้ได้ฉันนั้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1783/2505 นายพ่ง แซ่ผู่ (โดยนางผ่อง แซ่ผู่ ผู้รับ มรดก ความ โจทก์ นางทองสุข แซ่ผู่ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 9 วรรคสาม , ม. 1656