ฎีกาที่ 1979/2505
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ออกเงินซื้อ ที่ดิน โฉนด 2058 และ 3059 มาจากเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิม แต่การโอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนในขณะนั้นทำไม่ได้ เพราะโจทก์เป็นคนต่างด้าว โจทก์จึงตกลงกับจำเลยที่ 1 ให้ลงชื่อเป็นผู้รับโอนไว้ก่อนเป็นการชั่วคราว ต่อเมื่อโจทก์รับอนุญาตคืนสัญชาติเป็นไทยแล้ว จำเลยที่ 1 จึงจะโอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของต่อไป ครั้นวันที่ 20 กันยายน 2499 จำเลยที่ 1 ทุจริตเอา ที่ดิน โฉนด 3059 ของโจทก์รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างไปขายฝากจำเลยที่ 2 กำหนดไถ่ใน 1 ปี 6 เดือน โดยโจทก์ไม่ทราบหรือรู้เห็นยินยอมด้วย จำเลยที่ 2 ก็ทราบก่อนรับซื้อฝากว่า ที่ดิน แปลงนี้เป็นของโจทก์ โจทก์ติดต่อจำเลยทั้งสองให้โอนกรรมสิทธิ์ ที่ดิน ให้โจทก์ แต่จำเลยไม่ยอมบัดนี้ โจทก์รับอนุญาตคืนสัญชาติไทยมีสิทธิถือกรรมสิทธิ์ ที่ดิน ได้แล้ว จึงขอให้ศาลแสดงว่า ที่ดิน โฉนด 3059 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ หากไม่สามารถทำได้ ก็บังคับให้จำเลยที่ 1 โอนสิทธิไถ่ถอนการขายฝากให้โจทก์และให้จำเลยที่ 2 ยินยอมให้โจทก์ไถ่การขายฝากได้ จำเลยที่ 2 ให้การว่า ตามฟ้องของโจทก์ที่ว่าเป็นผู้ออกเงินซื้อ ที่ดิน แต่ให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ในการซื้อนั้นจำเลยที่ 2 ไม่ทราบและไม่รับรู้ข้อตกลงนั้น อย่างไรก็ตาม แม้การจะเป็นจริงตามฟ้องโจทก์ ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 โจทก์ก็หาอาจที่จะใช้ความจริงที่ว่านั้นมายันจำเลยที่ 2 ให้เสียสิทธิใด ๆ ใน ที่ดิน ไปได้ไม่ เพราะ ก.โจทก์รับอยู่ตามฟ้องว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ ที่ดิน ในประเทศไทยไม่ได้ตามกฎหมายโจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะกล่าวอ้างและนำสืบเพื่อให้ศาลรับฟังว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ที่ดิน ด้วยอาศัยวิธีการหลีกเลี่ยงกฎหมายอย่างนั้นอย่างนี้ได้ เพราะถ้ายอมให้กล่าวและนำสืบเช่นนั้นได้กฎหมายห้ามคนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ ที่ดิน ก็ย่อมจะไม่มีผล ข.แม้จะยอมให้โจทก์กล่าวอ้างและนำสืบเช่นที่ฟ้องมานี้ได้และโจทก์สืบสม ก็ไม่เป็นเหตุให้จำเลยที่ 2 เสียสิทธิในการที่ได้รับซื้อฝาก ที่ดิน ไว้จากจำเลยที่ 1 และได้จดทะเบียนการโอน ที่ดิน ที่รับซื้อฝากนั้น เพราะจำเลยที่ 2 ได้รับโอน ที่ดิน มาจากจำเลยที่ 1 โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ซึ่งไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดโจทก์หามีสิทธิที่จะเรียกร้องให้เพิกถอนทางทะเบียนได้ไม่ นอกจากนี้ ผู้ขายฝากไม่ได้ไถ่ถอนภายในกำหนด จึงหมดสิทธิไถ่ และจำเลยที่ 2 มิได้ทราบเลยว่า ที่ดิน นั้นเป็นของบุคคลอื่นใดนอกไปจากจำเลยที่ 1 ซึ่งมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทะเบียนและโฉนด จำเลยที่ 1 ให้การว่า โฉนด 3059 เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 โดยชอบทำสัญญาขายฝากให้จำเลยที่ 2 โดยสุจริตมีค่าตอบแทน ศาลชั้นต้นเห็นว่าไม่มีกฎหมายที่ห้ามเด็ดขาดมิให้คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ ที่ดิน เป็นแต่ว่าต้องรับอนุญาตจากเจ้าพนักงานก่อน และมีการจำกัดปริมาณเนื้อ ที่ดิน ฯ ฉะนั้นศาลแปลว่าคนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ ที่ดิน ได้ไม่เป็นโมฆะ และ ที่ดิน ที่คนต่างด้าวได้กรรมสิทธิ์มาแล้ว ก็มีสิทธิตั้งตัวแทนใส่ชื่อตัวแทนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ได้ไม่เป็นโมฆะ และศาลฟังข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยที่ 1 เพียงแต่มีชื่อในโฉนดเท่านั้น โจทก์จึงมีสิทธิไถ่ได้ และโจทก์ได้ใช้สิทธิไถ่ภายในกำหนดของสัญญา จึงพิพากษาให้ตามคำขอของโจทก์ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สำหรับข้อที่ว่าจำเลยที่ 2 รับซื้อฝาก ที่ดิน ไว้จากจำเลยที่ 1 โดยสุจริตนั้น ไม่เป็นข้อโต้เถียงกัน ประเด็นเป็นอันยุติ และข้อที่ว่าการกระทำของโจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมายว่าด้วยสิทธิใน ที่ดิน ของคนต่างด้าว โดยโจทก์ตกลงให้จำเลยที่ 1 ลงชื่อเป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์แทนโจทก์ ก็ฟังได้เป็นยุติเช่นกันว่าเป็นเช่นนั้นจริง ฟ้องของโจทก์ก็รับอยู่ ดังนี้ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีอยู่ว่า เมื่อการกระทำของโจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นไปดังกล่าว โจทก์จะได้กรรมสิทธิ์ใน ที่ดิน หรือไม่ และโจทก์จะเข้าสวมสิทธิจำเลยที่ 1 ใช้สิทธินั้นต่อจำเลยที่ 2 ได้หรือไม่เพียงใด ศาลฎีกาพิเคราะห์ตัวบทกฎหมายเรื่องนี้แล้วเห็นว่า ความมุ่งหมายของกฎหมายดังได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ ที่ดิน ในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว พ.ศ. 2486 ซึ่งเป็นกฎหมายเดิมก็ดี และประมวลกฎหมาย ที่ดิน หมวด 8 อันเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันก็ดีคนต่างด้าวจะได้มาซึ่ง ที่ดิน มิได้ เว้นแต่จะเข้ากฎเกณฑ์ตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ ฉะนั้น การที่คนต่างด้าวจะได้มาซึ่ง ที่ดิน มิได้จึงเป็นหลัก และกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นข้อยกเว้นเมื่อกฎหมายเป็นดังนี้ การที่จะวินิจฉัยว่าไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายที่ห้ามเด็ดขาดมิให้คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ ที่ดิน แล้วถือเป็นเหตุในการวินิจฉัยต่อไปว่า คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ ที่ดิน ได้ และเมื่อได้มาแล้วก็มีสิทธิตั้งตัวแทนใส่ชื่อตัวแทนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ได้ จึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นว่า การที่คนต่างด้าวกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่ง ที่ดิน โดยกรณีมิได้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กฎหมายบัญญัติไว้การนั้นไม่มีผลประการใด หรืออีกนัยหนึ่ง การนั้นเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 เพราะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายโดยชัดแจ้งเมื่อเป็นเช่นนี้ การที่คนต่างด้าวตั้งตัวแทนและใส่ชื่อตัวแทนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดแทนตน จึงเกิดขึ้นมิได้ในตัว การที่จะวินิจฉัยว่า การหลีกเลี่ยงกฎหมายว่าด้วย ที่ดิน ในส่วนที่เกี่ยวด้วยคนต่างด้าวเป็นเรื่องระหว่างรัฐกับคนต่างด้าว ไม่เกี่ยวกับเอกชนต่อเอกชน เพราะเมื่อคนต่างด้าวไม่มีสิทธิจะถือกรรมสิทธิ์ ที่ดิน ได้ เมื่อได้ ที่ดิน มาด้วยประการใด คนต่างด้าวก็ต้องจำหน่ายจ่ายโอนไป นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าหาถูกต้องไม่ เพราะการฝ่าฝืนกฎหมายอันมีผลทำให้นิติกรรมเป็นโมฆะนั้น ย่อมมีผลเป็นการทั่วไปทั้งแก่รัฐและเอกชน ใครจะอ้างหรือถือเอาประโยชน์จากสิ่งที่เสียเปล่าไปแล้วนั้นไม่ได้ ส่วนการที่กฎหมายวางวิธีการให้คนต่างด้าวผู้ไม่มีสิทธิใน ที่ดิน ต้องจำหน่ายจ่ายโอน ที่ดิน ไปนั้นก็เป็นเพียงวิธีการ หาใช่หลักการที่จะถือเอามาเป็นเหตุวินิจฉัยแปลกฎหมายว่าคนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ ที่ดิน ได้ทั้ง ๆ ที่การมิได้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้นั้นไม่ อนึ่ง การที่จะวินิจฉัยว่าคนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ ที่ดิน ได้ ทั้ง ๆ ที่การมิได้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กฎหมายบัญญัติไว้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการวินิจฉัยที่มีผลทำให้ความมุ่งหมายของกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ไร้ผลไปโดยสิ้นเชิง เป็นอันว่า ในขณะที่จำเลยที่ 1 รับโอนกรรมสิทธิ์ ที่ดิน พิพาทมานั้น โจทก์เป็นคนต่างด้าวและการมิได้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายที่โจทก์จะถือกรรมสิทธิ์ใน ที่ดิน ได้ ดังนี้ โจทก์จึงมิได้อยู่ในฐานะที่จะขอให้บังคับตามคำขอท้ายฟ้องได้ไม่ว่าในประการใด ส่วนการที่โจทก์ได้รับสัญชาติไทยมาในภายหลังนั้น หากมีจริง ก็หาทำให้การอันเป็นโมฆะมาแต่เริ่มแรกกลับฟื้นคืนดีขึ้นมาไม่ จึงพิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1979/2505 นายแหยม แซ่เหยี่ยง โจทก์ นายชิน งามอักษร ที่ 1 นางเยี่ยมศรี บุลศุข ที่ 2 จำเลย ป.พ.พ. ม. 113 ป.ที่ดิน พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว พ.ศ.2486 ม. 6