ฎีกาที่ 1878/2505
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยเข้าไปปลูกต้นยางพาราใน ที่ดิน ซึ่งกรมทางหลวงจับจองและขึ้นทะเบียนเป็นที่สงวนของทางราชการ โดยมีพฤติการณ์ต่างๆ ที่ทำให้จำเลยหลงเข้าใจโดยสุจริตคิดว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย โดยจำเลยไม่ทราบว่าเป็น ที่ดิน สงวนหวงห้ามมาก่อน เห็นได้ว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะเข้าถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์อันเป็นของผู้อื่นซึ่งจะเป็นความผิดทางอาญาฐานบุกรุก
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเข้าไปสับฟันแผ้วถางป่าและขุดดินปลูกไม้ยืนต้นลงใน ที่ดิน สงวนของกรมทางเพื่อถือการครอบครอง ที่ดิน นั้นขอให้ลงโทษ จำเลยให้การว่า ที่ดิน นั้นเป็นของจำเลย ๆ จับจองได้รับใบเหยียบย่ำมาตั้งแต่ พ.ศ. 2479 จำเลยปลูกยางเต็มเนื้อที่และครอบครองมา 20 กว่าปีแล้ว ผู้ที่โจทก์อ้างว่าเป็นผู้ครอบครองดูแลรักษาที่นั้นไม่เคยเข้าเกี่ยวข้อง คดีขาดอายุความและฟ้องเคลือบคลุม ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยเข้าแย่งการครอบครองที่พิพาท มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 พิพากษาลงโทษ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยครอบครองที่พิพาทอย่างน้อยก็เป็นเวลา9 ปีมาแล้วและมีพฤติการณ์แสดงว่าจำเลยมีความรู้สึกว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยมาแต่ต้น ฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาบุกรุก พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จะได้ความว่ากรมทางหลวงแผ่นดินได้จับจองที่พิพาทและขึ้นทะเบียนเป็น ที่ดิน สงวนไว้ก่อนเวลาที่จำเลยอ้างว่าขอจับจองและได้รับใบเหยียบย่ำก็จริง แต่กรมทางฯ ก็มิได้เข้าไปทำประโยชน์ ไม่มีประกาศในที่พิพาทให้ราษฎรทราบโดยเปิดเผยว่าเป็นที่สงวนของทางราชการ จนจำเลยเข้าใจว่าไม่ใช่เป็นที่สงวนหวงห้าม จึงได้เข้าไปปลูกข้าวและต้นยางพารา แต่ก็ยังไม่มีเจ้าพนักงานผู้ใดทักท้วงห้ามปราม จนล่วงเลยมาเกือบ 20 ปีแล้วกรมทางฯ จึงได้ไปปลูกบ้านพักคนงาน จำเลยก็ไปร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดว่ากรมทางฯ รุก ที่ดิน ของจำเลย กรมทางฯ จึงไปร้องต่ออำเภอบ้าง อำเภอเปรียบเทียบให้เป็นของกรมทางฯ จำเลยไม่ยอม เห็นได้ว่าเป็นการพิพาทกันในทางแพ่งว่าที่พิพาทเป็นของใคร ครั้นจำเลยไม่ฟ้องกรมทางฯ กรมทางฯ กลับดำเนินคดีอาญาเรื่องนี้ รูปคดีฟังได้ว่าการที่จำเลยเข้าไปปลูกต้นยางก็โดยพฤติการณ์ต่าง ๆ ทำให้จำเลยหลงเข้าใจโดยสุจริตว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยโดยจำเลยไม่ทราบว่าเป็น ที่ดิน สงวนหวงห้ามมาก่อน เห็นได้ว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะเข้าถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์อันเป็นของผู้อื่นอันจะเป็นความผิดทางอาญาฐานบุกรุก พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1878/2505 อัยการจังหวัดพังงา โจทก์ นายสำราญ ตันไทย จำเลย ป.อ. ม. 362