ฎีกาที่ 1764/2505
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เอกชนเป็นโจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าหนองรายพิพาทเป็นหนองสาธารณ และขอให้สั่งห้ามไม่ให้จำเลยกระทำการรบกวนก่อความเดือดร้อนเสียหายแก่โจทก์และประชาชนในหนองนี้ เพราะจำเลยกับพวกลงไปวิดน้ำจับปลาทำให้น้ำขุ่นเป็นปฏิกูล แม้ศาลจะวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตามคำขอข้อแรก แต่ศาลก็มีอำนาจวินิจฉัยว่าหนองนี้เป็นหนองสาธารณ แล้วพิพากษาบังคับจำเลยตามคำขอข้อหลังนี้ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าหนองไผ่เป็นหนองสาธารณที่โจทก์จำเลยและประชาชนในหมู่บ้าน้ำเมาใต้ดินใฃ้น้ำร่วมกันมา ต่อมานายบุญตาได้ขาย นา 1 แปลงติดกับหนองนี้ให้แก่จำเลยที่ 1 แต่สัญญาซื้อขายกับแผนที่ได้ครอบครองเอาบางส่วนของหนองนี้ไปด้วย แล้วจำเลยได้ทำคันดินเอาดินและไม้ถมหนอง ทำให้บางด้านตื้นเขิน และกั้นน้ำวิดน้ำจับปลาในหนองทำให้น้ำขุ่นเป็นปฏิกูล เป็นการรบกวนการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ขอให้ 1. แสดงว่าหนองไผ่เป็นหนองสาธารณที่โจทก์และประชาชนใช้ร่วมกัน 2. สั่งทำลายหนังสือสัญญาซื้อขาย ที่ดิน ระหว่างนายบุญตากับจำเลย 3. ให้จำเลยรื้อถอนขุดคันดินกับดินและไม้ที่ถมหนอง 4. สั่งห้ามจำเลยกระทำการรบกวนก่อความเดือดร้อนเสียหายแก่โจทก์และประชาชนในหนองนี้ จำเลยให้การว่า ไม่ปรากฏทางทะเบียนว่ามีหนองสาธารณในหมู่บ้านนี้ นายบุญตาเคยยกเนื้อที่ลุ่มในนาให้หนองเป็นสาธารณกว้างยาวน้อยกว่าขนาดของหนองที่ฟ้อง โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรม จำเลยทำคันดินถมดินและวิดน้ำจับปลาใน ที่ดิน ที่จำเลยซื้อ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้เพราะไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมายในเมื่อหนองสาธารณไม่ใช่ของโจทก์ ทั้งโจทก์ก็ไม่มีหน้าที่ใช้สิทธิทางศาล ฯลฯ ขอให้ยกฟ้อง ศาลขั้นต้นวินิจฉัยว่า ตามคำขอข้อ 1 นั้น การฟ้องคดีประเภทนี้เป็นเรื่องของรัฐบาลเท่านั้นที่มีอำนาจฟ้อง ความฟ้องก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษแต่ประการใด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในคำขอข้อนี้ (อ้างฎีกาที่ 1316/2480) คำขอข้อ 2 และข้อ 3 ก็เป็นอำนาจของรัฐบาลที่จะฟ้องเช่นกัน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนคำขอข้อ 4 เห็นว่า เป็นคำขอให้ศาลสั่งระงับการกระทำของจำเลยที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ในการใช้น้ำซึ่งโจทก์สามารถใช้สอยได้ตามปกติ โจทก์มีอำนาจฟ้องได้ และทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยใช้สิทธิในทางที่มีแต่จะทำให้ผู้อื่นเสียหาย จึงพิพากษาห้ามจำเลยลงวิดน้ำจับปลาก่อความเดือดร้อนแก่การที่โจทก์จะใช้สอยน้ำ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์แต่ฝ่ายเดียว ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้แต่เพียงให้ตรงคำขอของโจทก์ว่า ห้ามไม่ให้จำเลยทำการรบกวนก่อความเดือดร้อนแก่โจทก์ในอันที่โจทก์จะใช้น้ำในหนอง จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาโต้เถียงในข้อกฎหมายว่า เมื่อศาลได้วินิจฉัยว่า กรณีนี้เอกชนจะฟ้องขอให้แสดงว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณไม่ได้ แต่กลับไปวินิจฉัยว่ามิได้ห้ามมิให้ศาลวินิจฉัยในประเด็นที่เอกชนอ้างว่าที่ใดเป็นที่สาธารณ จึงเป็นการคลาดเคลื่อน เมื่อได้วินิจฉัยว่าโจทก์มไมีอำนาจฟ้องขอให้แสดงว่าที่พิพาทเป็นหนองสาธารณแล้ว ศาลก็ต้องยกฟ้องเสียทั้งหมดนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จะวินิจฉัยว่าโจทก์จะขอให้ห้ามจำเลยตามคำขอข้อ 4 ได้หรือไม่นั้น จำเป็นจะต้องพิจารณาวินิจฉัยเสียก่อนว่าหนองพิพาทนี้ลักษณะและสภาพเป็นมาอย่างไร เป็นของจำเลยหรือเป็นหนองสาธารณ เป็นการวินิจฉัยที่จะก้าวไปสู่อีกประเด็นหนึ่งให้ฟ้องที่เกี่ยวโยงถึงกัน มิใช่วินิจฉัยเรื่องอำนาจฟ้อง ตามฟ้องและข้อนำสืบของโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยวิดน้ำจับปลาในหนองพิพาทซึ่งโจทก์เคยใช้น้ำมาหลายสิบปีแล้ว กระทำให้น้ำขุ่นเกิดปฏิกูลจนโจทก์ไม่สะดวกสบายในการใช้น้ำปกติ พฤติการณ์ดังกล่าวย่อมถือได้ว่าโจทก์เสียหายเป็นพิเศษ ซึ่งโจทก์ก็มีอำนาจฟ้องจำเลยได้อยู่แล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1764/2505 นายสุข หอจันทึก โดยส่วนตัวและโดยรับมอบอำนาจจากประชาชนชาวบ้าน้ำ เมา ฯ ตามบัญชีรายชื่อท้ายฟ้อง รวม 135 คน โจทก์ นายเทียน แท้สูงเนิน กับพวกรวม 3 คน จำเลย ป.วิ.พ. ม. 55 ป.พ.พ. ม. 1304