ฎีกาที่ 1361/2505
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ในกรณีที่จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การโจทก์ก็ยังมีหน้าที่ต้องนำสืบให้สมฟ้อง เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยย่อมมีสิทธิอุทธรณ์ในประเด็นเกี่ยวกับข้อนำสืบของโจทก์นั้นได้ ในวันนัดชี้สองสถาน โจทก์มาศาลจำเลยมิได้มา โจทก์แถลงรับหน้าที่นำสืบก่อน ศาลชั้นต้นจึงกำหนดวันนัดพิจารณาสืบพยานโจทก์ ดังนี้ หาใช่เป็นการชี้สองสถานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 ไม่ เพราะมิได้มีการแถลงในข้อพิพาทกันประการใด จำเลยมีสิทธิขอเพิ่มเติมคำให้การก่อนวันสืบพยาน
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์ไป โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ ค้ำประกัน กู้ไปแล้วไม่ใช้ให้ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ให้การว่าไม่ต้องรับผิด เพราะไม่ได้ ค้ำประกัน จำเลยที่ 1 เป็นส่วนตัว ผู้ยืมได้ชำระหนี้ไปบ้างแล้ว โจทก์ผ่อนเวลาชำระหนี้ให้ผู้กู้ โดยจำเลยที่ 2 มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย จำเลยที่ 1 และผู้ยืมก็เป็นผู้มีฐานะดี ขอให้เรียกชำระจากผู้ยืมก่อน ต่อมา ก่อนวันนัดสืบพยาน จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมคำให้การ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าเรื่องที่จำเลยขอเพิ่มเติมนี้ จำเลยเองควรได้ทราบดีแล้ว และควรจะได้แก้ไขคำให้การเสียนานแล้วก่อนวันชี้สองสถาน จึงไม่อนุญาต จำเลยที่ 2 ยื่นคำแถลงคัดค้านไว้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้เงินตามฟ้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายทีโจทก์ฎีกาและจำเลยแก้ฎีกาว่า 1. ในกรณีที่จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์ก็ยังมีหน้าที่ต้องนำสืบให้สมฟ้อง เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยย่อมมีสิทธิอุทธรณ์ในประเด็นเกี่ยวกับข้อนำสืบของโจทก์นั้นได้ ไม่มีกฎหมายใดห้าม จำเลยที่ 1 จึงชอบที่จะอุทธรณ์คัดค้านข้อที่ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยที่ 1 กู้เงินเป็นส่วนตัวนั้นได้ 2. ปรากฏว่าในวันนัดชี้สองสถาน โจทก์มาศาล จำเลยทั้งสองมิได้มา โจทก์แถลงรับหน้าที่นำสืบก่อน ศาลชั้นต้นจึงกำหนดวันนัดพิจารณาสืบพยานโจทก์ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2502 จำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมคำให้การในวันที่ 15 เดือนนั้นว่า ที่ผู้จัดการของจำเลยที่ 2 ทำการ ค้ำประกัน นั้น เกินวัตถุประสงค์ที่จำเลยที่ 2 จดทะเบียนไว้ จำเลยที่ 2 ขอปฏิเสธความรับผิด ศาลฎีกาเห็นว่า การดำเนินคดีในวันนัดชี้สองสถานดังกล่าว หาใช่เป็นการชี้สองสถานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 ไม่ เพราะมิได้มีการแถลงในข้อพิพาทกันประการใด คดีจึงไม่มีการชี้สองสถาน (อ้างฎีกาที่ 895/2495) จำเลยที่ 2 มีสิทธิขอเพิ่มเติมคำให้การก่อนวันสืบพยานได้ตามมาตรา 179, 180 เมื่อได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงด้วยแล้ว พิพากษากลับสำหรับจำเลยที่ 1 ให้บังคับจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 เพิ่มเติมคำให้การ กับคำพิพากษาศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์สำหรับจำเลยที่ 2 อนุญาตให้เพิ่มเติมคำให้การได้ และให้พิจารณาพิพากษาใหม่ในประเด็นที่อ้างในคำให้การเพิ่มเติมนั้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1361/2505 นายซิ่งปอ แซ่เบ๊ (โดยนายไคฮ้ง แซ่เบ๊ นายเก หรือเกียฮวด แซ่เบ๊ นางกง เง็ก แซ่เบ๊ นายทิ่นเจียว แซ่เบ๊ ผู้รับมรดกความ) โจทก์ นายไฮ่ซวง แซ่ตั้ง ที่ 1 ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตงซัวตึ๊งโง่วกี่ โดยนายซุ่ยเตียง แซ่อึ๊ง ผู้จัดการ ที่ 2 จำเลย ป.วิ.พ. ม. 180 , ม. 183 , ม. 198 , ม. 223