ฎีกาที่ 220/2505
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ในคดีร้องขัดทรัพย์ ศาลกำหนดให้ โจทก์นำสืบก่อน เมื่อโจทก์สืบพยานบุคคลแล้ว โจทก์แถลงว่าหมดพยานบุคคลแล้ว คงติดใจอ้างพยานเอกสารซึ่งได้ขอให้ศาลเรียกมาแล้วแต่ยังไม่ได้มา ดังนี้ จะถือว่าการสืบพยานหลักฐานของโจทก์เสร็จแล้วยังไม่ได้ ผู้ร้องจึงมีสิทธิยื่นระบุพยานเพิ่มเติมได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรค 2 (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 5/2505 ระเบียบวาระพิเศษ)
ย่อยาว
จำเลยทำยอมความจะชำระเงินค่า ภาษี ให้โจทก์แล้วไม่ชำระ โจทก์จึงนำยึดตึกแถวเพื่อชำระหนี้ ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นคำร้องว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นของผู้ร้อง โจทก์คัดค้านว่า เป็นของจำเลยไม่ใช่ของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์นำสืบก่อน และเมื่อไต่สวนแล้วพิพากษายกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกาว่าศาลชั้นต้นไม่ให้ผู้ร้องอ้างพยานเพิ่มเติม ไม่ชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและคดีฟังไม่ได้ว่าตึกรายพิพาทเป็นของจำเลย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าเมื่อโจทก์สืบพยานบุคคลเสร็จแล้ว โจทก์ยังติดใจอ้างพยานเอกสารซึ่งได้ขอให้ศาลเรียกมากจากกองหมาย แต่ยังไม่ได้มา ซึ่งโจทก์จะได้ไปเตือนกองหมาย ผู้ร้องจึงยื่นคำแถลงว่า โจทก์สืบพยานยังไม่เสร็จขอระบุพยานเพิ่มเติม ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเห็นว่า จะถือว่าการสืบพยานหลักฐานของโจทก์เสร็จแล้วยังไม่ได้ เพราะเอกสารก็เป็นพยานอย่างหนึ่งเหมือนกัน ฉะนั้น ผู้ร้องจึงมีสิทธิยื่นระบุพยานเพิ่มเติมได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรค 2 ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานตามที่ผู้ร้องขอระบุเพิ่มเติมแล้วพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2505 เทศบาลนครกรุงเทพ โดยนายชำนาญ ยุวบูรณ์ นายกเทศมนตรี โจทก์ นายเกียง แซ่โง้ว จำเลย นายเปี๊ยะติ้ง แซ่โง้ว หรือวีระชัย มหารมณ์เลิศ ผู้ร้องขัดทรัพย์