ฎีกาที่ 976/2505
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
คดีแพ่งและคดีอาญาเป็นคนละส่วนกันฉะนั้น แม้เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาต่อศาลจังหวัดแต่ศาลจังหวัดไม่รับฟ้องคดีส่วนอาญา เพราะอยู่ในอำนาจศาลแขวง คงรับฟ้องเฉพาะคดีส่วนแพ่ง แล้วคู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเฉพาะในข้อหาทางแพ่ง แต่ไม่ปรากฎว่าโจทก์ยอมเลิกคดีอาญากับจำเลยด้วยนั้น คดีอาญาย่อมไม่ระงับไป ส่วนการที่จำเลยประนีประนอมยอมรับผิดทางแพ่งนั้นก็มีผลเพียงไม่ต้องดำเนินคดีในทางแพ่งต่อไปเท่านั้นเอง.
ย่อยาว
เดิม โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่เป็นคดีอาญาสินไหมว่าจำเลย ยักยอก แหวน 2 วงหรือมิฉะนั้นก็ ยักยอก เงินที่ขายแหวนวงนี้ไว้ ศาลจังหวัดเชียงใหม่นัดไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญาต่อมาเห็นว่าข้อหาในคดีอาญาอยู่ในอำนาจของศาลแขวงจึงสั่งใหม่ ไม่รับฟ้องในข้อหาทางอาญา คงรับฟ้องไว้พิจารณาเฉพาะข้อทางแพ่งอย่างเดียว ในวันนัด-คู่ความมาศาลจำเลยแถลงขอทำสัญญาประนีประนอมกับโจทก์ รับผิดเฉพาะในข้อหาทางแพ่งศาลจึงทำสัญญาดังกล่าวให้ ต่อมาอีก 4 วัน โจทก์นำคดีอาญาเรื่องเดียวกันมาฟ้องยังศาลแขวงเชียงใหม่ ๆ ไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า ความผิดที่ฟ้องนี้เป็นความผิดที่ยอมความกันได้ โจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความไว้ต่อกันแล้ว แม้คดีนั้นจะเป็นคดีแพ่ง แต่ก็มีมูลคดีมาแต่ส่วนอาญา อันเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องมาจากฟ้องของโจทก์ที่หาว่าจำเลย ยักยอก ทรัพย์ เป็นการถือได้ว่าทั้งสองฝ่ายได้มีการยอมความระงับข้อพิพาททางอาญากันแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตร 39(2) จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่าไม่ได้ยอมเลิกคดีอาญา ศาลฎีกาประชุมปรึกษาโดยที่ประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า คดีแพ่งและคดีอาญาเป็นคนละส่วนการที่จำเลยประนีประนอมยอมรับผิดในทางแพ่งมีผลแพียงให้ไม่ต้องดำเนินคดีในทางแพ่งต่อไปเท่านั้นส่วนคดีอาญายังคงมีอยู่ เรื่องนี้ ข้อเท็จจริงตามที่กล่าวข้างต้น จำเลยแถลงว่าจะขอทำสัญญาประนีประนอมกับโจทก์รับผิดเฉพาะในข้อหาทางแพ่งเท่านั้น โจทก์จึงทำสัญญาประนีประนอมกับจำเลยในสำนวนไม่ปรากฎเลยว่าโจทก์ยอมเลิกคดีอาญากับจำเลย ทั้งไม่มีข้อความตอนใดพอที่จะอนุมานได้ว่าโจทก์มีความประสงค์เช่นนั้น ด้วยเหตุนี้ ศาลฎีกาจึงเห็นว่าคดีอาญายังไม่ระงับ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องของโจทก์ ศาลฎีกาไม่เห็นฟ้องด้วย จึงพิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นสั่งมูลฟ้องของโจทก์ในข้อเท็จจริงถ้าคดีมีมูล ก็ให้ดำเนินการพิจารณาต่อไปตามกระบวนความ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 976/2505 นางสอางค์ คียะพันธ์ โจทก์ นางสม ไชยวิสิทธิ จำเลย ป.วิ.พ. ม. 138 ป.วิ.อ. ม. 39 (2) (4) , ม. 40