ฎีกาที่ 1104/2504
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยเข้าไปในห้องซึ่งมีทรัพย์ของคนหลายคนหลายเจ้าของแล้วลักเอาทรัพย์ของคนหลายคนนั้นไปในคราวเดียวกัน ถือว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวไม่ใช่แยกเป็นต่างกรรมต่างวาระกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐาน ลักทรัพย์ ของเจ้าของคนหนึ่งและศาลลงโทษจำเลยไปแล้วโจทก์จะกลับมาฟ้องจำเลยฐาน ลักทรัพย์ ในคราวเดียวกันนั้นของคนอื่นๆ อีกไม่ได้ ถือว่าเป็นฟ้องซ้ำ
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยงัดตู้ใส่เสื้อผ้าแล้วลักเอาปากกาและดินสอเชฟเฟอร์ 1 ชุด กับแว่นตาไซด์ 1 อันของนายจิ๋น แซ่พู่ ไปโดยทุจริตขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(3) จำเลยรับว่า ลักทรัพย์ ไปจริง แต่ในวันเวลาและสถานที่เดียวกันนั้นจำเลย ลักทรัพย์ ของนายกังฟัด นายตึ๋ง ซึ่งอยู่ในห้องเดียวกันและจำเลยถูกฟ้องศาลลงโทษไปแล้ว การ ลักทรัพย์ รายนี้เป็นกรรมเดียว วาระเดียวกัน จึงไม่ต้องรับผิดในคดีนี้อีก โจทก์แถลงรับว่า จำเลยถูกฟ้องหาว่า ลักทรัพย์ นายกังฟัด นายตึ๋งศาลพิพากษาไปแล้วจริง จำเลยเข้าไป ลักทรัพย์ ในคดีนั้นกับคดีนี้คราวเดียวกัน ทรัพย์เก็บอยู่ในห้องเดียวกัน จำเลย ลักทรัพย์ ของนายตึ๋งซึ่งแขวนไว้ และงัดตู้ไม้ ของนายจิ๋น ลักทรัพย์ ในตู้ไป จำเลยแถลงรับว่าเป็นจริงตามโจทก์แถลง ศาลอาญาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว วาระเดียวกัน จึงเป็นฟ้องซ้ำ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยเข้าไป ลักทรัพย์ ในห้องซึ่งมีทรัพย์ของคนหลายคนหลายเจ้าของในคราวเดียวกัน และเก็บเอาทรัพย์ของคนหลายคนไป เป็นการกระทำกรรมเดียว ไม่ใช่แยกเป็นต่างกรรมต่างวาระกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐาน ลักทรัพย์ ในคราวเดียวกันนี้ และศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยไปแล้ว โจทก์จะกลับมาฟ้องจำเลยในความผิดอันเป็นกรรมเดียวกันนั้นอีกหาได้ไม่ สิทธินำคดีมาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(4) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1104/2504 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายพีระ หรือหมัดหรือสมัคร แซ่เล้า จำเลย ป.อ. ม. 335 , ม. 91 ป.วิ.อ. ม. 39 (4)